Ulthera มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง

การรักษาด้วย Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์วิธีนี้ได้ผ่านการรับคุณภาพในเรื่องความปลอดภัย เพราะการใช้คลื่นพลังงานจะเป็นคลื่นชนิดเดียวกับการตรวจครรภ์ทางการแพทย์ ซึ่งในปัจจุบัน Ulthera จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังที่หย่อนคล้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุในช่วงวัยเลขสามขึ้นไป ผิวหนังจะค่อย ๆ มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงไปตามกาลเวลา ถ้าหากอยากให้ผิวของเรากลับมาดูยกกระชับและดูอ่อนเยาวน์ขึ้น จึงแนะนำให้ทำการรักษาผิวหนังของคุณด้วย Ulthera แต่ก่อนการตัดสินใจทำ ก็อยากให้คุณศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ulthera ว่ามีหลักการทำงาน เหมาะกับใคร มีข้อดี ข้อเสีย และผลข้างเคียงหลังการรักษาเป็นอย่างไรบ้าง

Ulthera คืออะไร

อัลเทอร่า คือ การรักษาด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ ทำให้ผิวที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยกลับมาดูยกกระชับขึ้น (lifting) ซึ่งจะเป็นหลักการเดียวกับการศัลยกรรมหรือผ่าตัดดึงหน้า เพราะจะรักษาได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลและฟื้นฟูผิวหนัง โดยไม่ทำลายชั้นผิวด้านบน และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ลึกกว่าการบำรุงด้วยการทาครีมอีกด้วย

Ulthera ทำงานอย่างไร

หลักการการทำงานของเครื่อง Ulthera ก็คือ การใช้พลังงานงานคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound) โดยการส่งคลื่นออกมาเป็นจุด ๆ อย่างสม่ำเสมอ และจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนประมาณ 65 องศาเซลเซียส ลงสู่ชั้นใต้ผิวหนังในระดับความลึก 1.5 mm ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) 3.0 mm ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ 4.5 mm เป็นชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (Superfical Muscular Aponeurotic System) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ชั้น SMAS ซึ่งจะทำให้เซลล์ไฟโบรลาสต์เกิดการหดตัวเสมือนการเย็บเนื้อ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เกิดขึ้นใหม่

Ulthera เหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ปรับผิวที่มีรูขุมขนกว้างให้ดูเรียบเนียน และให้อ่อนเยาว์ขึ้นจากเดิมที่บริเวณใบหน้า แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะเหมาะสำหรับกับผู้ที่มีไขมันไม่เยอะมาก ได้แก่

  1. ผู้ที่มีหนังตาหย่อนคล้อย หางตาตก หางคิ้วตก
  2. ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและคางสองชั้น (เหนียงใต้คาง)
  3. ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้มีความเรียว (V-Shape) ขึ้น เหมาะสำหรับรูปหน้าแบบสามเหลี่ยม (Heart) หน้ารูปไข่ (Oval) และรูปหน้าแบบเหลี่ยม (Square)
  4. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยและความเหี่ยวย่นบริเวณผิวลำคอ
  5. การรักษาด้วย Ulthera จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือมีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีผิวหนังที่ค่อนข้างบาง และผู้ที่มีไขมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก

ข้อดีของการทำ Ulthera

  • เป็นการใช้คลื่นพลังงานส่งความร้อนลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยให้ผิวดูยกกระชับขึ้น (Lifting) และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรงได้เช่นเดิม
  • เป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการรักษาด้วยการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัด โดยไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
    Ulthera จึงเป็นเทคโนโลยีการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงกับผิวหนัง (Non-Invasive)
  • ขณะทำการรักษา จะสามารถมองเห็นชั้นผิวหนังผ่านหน้าจอเครื่องได้
  • สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
  • การรักษาแต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลาไม่นานมาก

ข้อเสียของการทำ Ulthera

  • ขณะทำหรือหลังทำ จะรู้สึกอุ่น ๆ และรู้สึกหน่วงบริเวณผิวที่รักษา เนื่องจากการปล่อยคลื่นพลังงานลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง
  • หลังทำอาจมีอาการบวม จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน
  • อาการระบมหรือรอยช้ำ ซึ่งหายไปได้เองประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • อาการผิวที่แห้งขึ้น เนื่องจากการใช้ยาชาทาลงบริเวณผิวหนัง

ขั้นตอนการทำ Ulthera

การรักษาจะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ขั้นแรกจะต้องทำความสะอาดผิวหนังให้เรียบร้อย
  2. จะทายาชาให้ทั่วบริเวณผิวหนังที่ต้องการทำ จะทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที หรือจนกระทั่งยาชาออกฤทธิ์ และทำการเช็ดยาชาออก
  3. จากนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้หัว Ulthera วางลงไปบนผิว จะใช้เวลาการทำประมาณ 45-60 นาที

ทำ Ulthera ต้องใช้จำนวน Lines เท่าไหร่

จำนวน Lines ที่ใช้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ เช่น บริเวณหางตาและหางคิ้ว จะใช้ 150 Lines บริเวณแก้ม ใต้คาง กรอบหน้า จะใช้ 250 Lines ยกกระชับทั่วใบหน้า จะใช้ 350 Lines หรือต้องการยกทั่วทั้งใบหน้าและผิวลำคอ จะใช้ประมาณ 350 Lines ขึ้นไป

จะเห็นผลของการทำ Ulthera ตอนไหน

  • ในช่วงแรก คอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนังจะเกิดการหดตัว เนื่องจากการปล่อยคลื่นพลังงานที่เป็นเป็นความร้อนได้ถึง 3 ระดับชั้น จึงสามารถเห็นผลหลังทำ Ulthera ทันที โดยบริเวณกรอบหน้าจะเห็นได้ชัดเจนและดูยกกระชับขึ้น
  • ในช่วงเดือนที่ 3 จะพบว่าริ้วรอยหรือร่องลึกต่าง ๆ ดูตื้น บริเวณที่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่นั้นลดลง ผิวหนังดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้น
  • ในเดือนที่ 6 จะเห็นผลลัพธ์ของการฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างสมบูรณ์ (แนะนำให้เข้ารักษาประมาณปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว)

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera

  • ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำ เพื่อจะได้วางแผน ประเมินสภาพผิว และรับคำแนะนำต่าง ๆ
  • ควรแจ้งโรคประจำตัวหรือประวัติการรักษากับแพทย์โดยละเอียด
  • ควรเตรียมสภาพผิวให้พร้อมก่อนทำ บำรุงผิวด้วยการทาครีมและโลชั่นเป็นประจำ

ข้อควรระวังในการทำ Ulthera

หลีกเลี่ยงการทำ Ulthera สำหรับผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  1. หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
  2. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือผู้ที่มีการฝังอุปกรณ์ที่เป็นโลหะบริเวณผิวหน้า ลำคอ และร่างกาย
  3. ผู้ที่มีกำลังเป็นสิวชนิดรุนแรง บาดแผลเปิดจนมีเลือดออก หรือเป็นโรคทางผิวหนังที่ร้ายแรง
  4. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกมากผิดปกติ และผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบหลอดเลือด เช่น การแข็งตัวของหลอดเลือด
  5. ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับต่อมไทรอยต์
  6. ผู้ที่มีภาวะของการชักและเกร็ง
  7. ผู้ที่มีอาการใบหน้าเบี้ยว
  8. ผู้ที่เป็นโรคงูสวัดและเริม
  9. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  10. ควรระมัดระวังการทำ Ulthera ในบริเวณที่สามารถส่งผลข้างเคียงและอันตราย ได้แก่
  11. บริเวณที่ใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ หลอดลม
  12. บริเวณต่อมไทรอยต์ หรือใกล้กับกระดูก
  13. บริเวณที่มีแผลเป็นชนิดคีลอยต์ที่นูนออกมา
  14. บริเวณที่มีการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก และต้องการยกกระชับรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าอก

วิธีดูแลตนเองหลังทำ Ulthera

  1. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  2. ควรใช้น้ำเปล่าทำความสะอาดหน้าในวันแรกหลังทำ
  3. ควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวเป็นประจำ เช่น บางคนอาจเกิดอาการผิวแห้งได้หลังการทำ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์
  4. หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การแต่งหน้า
  5. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของไวท์เทนนิ่ง เช่น วิตามินซี กรดแอสคอร์บิค สารกลุ่ม AHA หรือกรดผลไม้ ที่ช่วยในการเร่งการผลัดเซลล์ผิว ยังทำให้ผิวขาวกระจ่างใสได้อย่างรวดเร็ว
  6. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดนาน ๆ และควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปข้างนอกทุกครั้ง
  7. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนโดยตรงกับผิว ได้แก่ การทำเลเซอร์ และการอบผิว
  8. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าแรง ๆ เพราะในช่วงแรกหลังการทำอาจจะเกิดอาการระบมที่ผิว
  9. หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้า เพราะอาจทำให้เกิดการกดทับของใบหน้าได้
  10. ถ้ามีอาการบวมหรือแดง แนะนำให้ประคบเย็นหรือรับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้
  11. หากต้องการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แนะนำให้ทำหลัง Ulthera อย่างน้อย 1 สัปดาห์

ราคาของการทำ Ulthera

การรักษาด้วย Ulthera จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 บาท ขึ้นไป ราคาจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับและจำนวน Lines ที่ใช้ของแต่ละคน