Ulthera ช่วยเรื่องอะไร

ผิวหนังของคนเราจะแบ่งออกได้เป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat) และชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งภายผิวหนังจะมีองค์ประกอบหลัก ๆ อยู่ 2 อย่าง ได้แก่ คอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin)

เมื่อเรามีอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผิวหนังของเราจะมีการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา ดังนั้น ในปัจจุบันก็ได้มีวิธีการรักษาที่สามารถช่วยให้ผิวหนังมีการผลิตองค์ประกอบหลักที่จำเป็นอย่างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นและกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง ก็คือ นวัตกรรมการรักษาด้วย Ulthera

Ulthera (อัลเทอร่า)

คือ นวัตกรรมทางการแพทย์ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา จะช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยให้กลับมาดูดีขึ้นได้อีกครั้ง โดยการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่ส่งผ่านพลังงานได้จนถึงผิวหนังชั้นกล้ามเนื้อส่วน (SMAS) ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นเดียวกับการใช้ผ่าตัดดึงใบหน้า เพื่อกระตุ้นการผลิตองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ในผิวหนัง การรักษาจะไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่ทำลายชั้นผิวหนังด้านบน ยังสามารถเห็นได้ชัดเจนภายในเดือนที่ 3 และจะคงสภาพอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี

หลักการทำงานของ Ulthera

การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Focus Ultrasound) ปล่อยพลังงานความร้อนออกมาเป็นลักษณะจุดไข่ปลาเรียงกันเป็นเส้น (Line) โดยแต่ละเส้นจะมีระยะห่างระหว่างจุดเท่ากัน ส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้จนถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) มีอุณหภูมิประมาณ 65-70 องศาเซลเซียส (เป็นอุณหภูมิที่สามารถใช้กับผิวหนังได้) เพื่อทำให้ชั้นกล้ามเนื้อเกิดการหดตัว กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) คือ เซลล์ที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ และยังช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ซึ่งส่งผลให้ผิวกลับมาดูยกกระชับขึ้นอีกครั้ง

หัวของเครื่อง Ulthera ที่ใช้

หัว Ulthera ที่ใช้ จะแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับความลึก คือ

  1. หัว 1.5 mm สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า จนถึงชั้นหนังแท้
  2. หัว 3.0 mm ลงลึกที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จะไปกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน และยังช่วยสลายไขมัน
  3. หัว 4.5 mm ลงลึกได้ถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน จะทำให้เนื้อเยื้อคอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นการผลิตขึ้นมาใหม่

Ulthera ช่วยเรื่องอะไร

  • ช่วยให้คนที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กลับมามีความมั่นใจและดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้อีกครั้ง
  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก เช่น หนังตาตก หางคิ้วตก แก้มห้อย และเหนียงใต้คาง โดยไม่ต้องการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัดดึงหน้าที่ใช้เวลาพักฟื้นนาน
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยหรือร่องลึกดูตื้นขึ้นในบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา รองแก้ม ร่องมุมปาก
  • ช่วยปรับกรอบหน้าที่ไม่ชัดหรือมีรูปหน้าไม่เท่ากันให้ดูเรียว (V-Shape) และสมมาตรมากขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก
  • ช่วยลดขนาดรูขุมขนและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

ทำไมถึงต้องเลือกยกกระชับด้วย Ulthera

การรักษาด้วย Ulthera จะเน้นเรื่องการยกกระชับ (Lifting) และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และเนินอก จะใช้คลื่นพลังงาน จึงไม่มีบาดแผล ไม่ทำลายชั้นผิวส่วนบน และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ เหมาะสำหรับกับผู้คนที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า แต่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัด
จะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

เป็นนวัตกรรมเดียวที่สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังได้จากหน้าจอของเครื่อง Ulthera
สามารถรักษาเทคนิคอื่น ๆ ร่วมกับการทำ Ulthera ได้ เช่น การฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม แต่ต้องเว้นระยะการทำให้เหมาะสม

ข้อเสีย Ulthera

มีความรู้สึกอุ่นและหน่วงบริเวณที่ทำ เนื่องจากการส่งผ่านคลื่นจึงเกิดพลังงานความร้อนใต้ผิวหนัง หลังทำ Ulthera อาจพบอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • อาการแดงหรือบวม แต่จะหายไปได้เองใน 2-3 ชั่วโมง
  • อาการระบมใต้ผิว จะหายไปได้เองใน 1 สัปดาห์
  • อาการของผิวแห้ง
  • อาการเสียวฟัน สำหรับคนที่เคยอุดฟันหรือรักษารากฟัน
  • อาการผิวไหม้ (Burn)
  • มีราคาค่อนข้างสูง ถ้ามีปัญหาผิวค่อนข้างมาก ก็จะต้องใช้จำนวน Line ในการรักษามากขึ้น

ข้อจำกัดการทำ Ulthera

  • คนที่มีโรคประจำตัวที่ต้องใส่อุปกรณ์เทียมชนิดโลหะ เช่น โรคหัวใจ
  • คนที่เป็นโรคภูมแพ้ทางผิวหนัง
  • คนที่เป็นโรคติดเชื้อไวรัส เช่น โรคเริมหรืองูสวัด
  • คนที่มีบาดแผลที่มีการฉีกขาดของผิวหนังจนมีเลือดออก
  • คนที่กำลังเป็นสิวอักเสบ
  • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ควรหลีกเลี่ยงการรักษาในบริเวณที่ใกล้กับเส้นประสาทและกระดูก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการหน้าเบี้ยวได้

ขั้นตอนการทำ

  • แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและจำนวน Line ที่ต้องใช้ให้เหมาะสม
  • จากนั้นเป็นขั้นตอนการทำความสะอาดผิวหน้า และทายาชาเพื่อระงับอาการเจ็บปวด ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  • ก่อนการรักษาจะมีการทาเจลลงบนผิว เพื่อลดอุณหภูมิความร้อน
  • แพทย์จะค่อย ๆ ทำการรักษา โดยใช้หัว Ulthera ส่งพลังงานจนครบทุกบริเวณ และระหว่างทำจะสามารถเห็นชั้นผิวหนังได้จากจอแสดงผล

ระยะเวลาในการทำ Ulthera

การรักษาแต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30-60 นาที แต่ละคนใช้ระยะเวลาแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับสภาพผิวและตำแหน่งที่ต้องการรักษา

ความรู้สึกขณะทำ Ulthera

ขณะทำการรักษาจะรู้สึกหน่วง ๆ บริเวณผิวที่ทำเล็กน้อย

ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์

หลังทำเห็นผลทันทีประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ จะค่อย ๆ เห็นผลของการยกกระชับและฟื้นฟูสภาพผิวได้ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป

ระยะเวลาการคงสภาพของผลลัพธ์

สำหรับคนที่มีปัญหาหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง การรักษาแต่ละครั้งจะคงสภาพได้นานประมาณ 12-18 เดือน ส่วนคนที่เริ่มมีอายุมากหรือมีปัญหาหย่อนคล้อยมาก จะคงสภาพอยู่ได้นานน้อยกว่า ซึ่งการคงสภาพของการรักษาจะขึ้นกับปัจจัยเรื่องอายุ สภาพผิว และการดูแลผิวของแต่ละคนอีกด้วย

วิธีการดูแลผิวก่อนทำ Ulthera

  1. ควรทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน
  2. ควรบำรุงผิวหน้าและผิวกายด้วยการทาครีม
  3. ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
  4. ควรรับประทานอาหารเอื้อต่อการเสริมสร้างคอลลาเจน เช่น ปลาทะเล ถั่ว นม เนย ชีส ผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซี
  5. ควรออกกำลังกายเป็นประจำ
  6. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  7. ไม่ควรรับประทานวิตามินอีและแป๊ะก๊วย
  8. ไม่ควรสูบบุหรี่
  9. ไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์และคาเฟอีน

วิธีการดูแลผิวหลังทำ Ulthera

  1. ควรบำรุงผิวหลังทำด้วยการทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) หรือว่านหางจระเข้ (Aloe vera) เป็นประจำ
  2. ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ และหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด เพราะรังสี UVA, UVB จะไปทำให้ผิวหนังของเราหมองคล้ำและดูแก่ก่อนวัย
  3. ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  4. ควรประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการบวม
  5. ควรรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการระบมใต้ผิว
  6. ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรง ๆ เช่น การขัด เช็ด หรือสครับผิว
  7. ไม่ควรใช้ยาทาสิวหรือยาแต้มสิว
  8. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างไวท์เทนนิ่งและเพิ่มความกระจ่างใส

ควรทำ Ulthera บ่อยแค่ไหน

โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่อง หรือถ้ามีปัญหาผิวคอนข้างมาก ควรกลับมาทำซ้ำโดยเว้นระยะห่างประมาณ 6 เดือน

ค่าใช้จ่ายการทำ Ulthera

จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 15,000-100,000 บาท จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งรักษาและจำนวน Line ที่ใช้ ดังนั้น การรักษาด้วย Ulthera ควรคำนึงถึงปัจจัยในเรื่องเครื่อง Ulthera ที่ใช้ต้องคุณภาพ สถานพยาบาลหรือคลินิกต้องมีความน่าเชื่อถือ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องเป็นผู้ที่ทำการรักษาให้เท่านั้น เพื่อจะได้รับประสิทธิภาพสูงสุด