เทคโนโลยีการรักษาด้วย Thermage กับ Ulthera อย่างไหนดีกว่ากัน

เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมา ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่ อาทิเช่น ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หางตาตก เห็นกรอบหน้าไม่ชัด ซึ่งวิธีที่จะทำให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ขึ้นและมีความปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา (FDA) ก็คือ Thermage และ Ulthera จะเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยในเรื่องการยกกระชับใบหน้า โดยปราศจากการผ่าตัด ซึ่งทั้ง 2 วิธี ก็มีความแตกต่างกันในหลาย ๆ เรื่อง จึงอยากให้ทำความรู้จักว่าการทำทั้งสองแบบนั้น เหมาะกับใคร

ข้อดีและผลข้างเคียงหลังทำ

Thermage จะใช้ความถี่ของคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว ช่วยเรื่องยกกระชับและทำให้ผิวแน่นขึ้น (Firm and Tightening Skin) กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนได้ลึกถึงระดับชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมัน (SMAS) คลื่นความถี่นี้จะช่วยให้การสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น และยังช่วยสลายไขมันได้อีกด้วย จึงเหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อย คนที่มีไขมันใต้คาง หรือผิวกาย ทำให้ผิวในบริเวณที่ทำ Thermage แลดูสุขภาพดี มีน้ำมีนวลเต่งตึงขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด Ulthera เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีพลังงานสูง จะปล่อยคลื่นออกมาเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ผิวหนังในชั้นที่เฉพาะเจาะจงอย่างชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยคลื่นอัลตราซาวด์จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และเมื่อชั้น SMAS เกิดการหดตัว จะทำให้ผิวยกกระชับมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับโครงสร้างใบหน้า โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือทำลายชั้นผิวด้านบน

ใช้พลังงานอะไร

Thermage : คลื่นวิทยุความถี่สูง แบบขั้วเดียว (Monopolar RF)

Ulthera : คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูง แบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound)

หลักการทำงานนั้นเป็นอย่างไร

Thermage :  เครื่องเทอร์มาจจะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงส่งผ่านพลังงานความร้อนลักษณะเป็น Column ลงสู่ 3 ชั้นผิว คือ ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังแท้ (Dermis) และ ชั้นไขมัน (SMAS) ลงลึกได้ถึง 4.3 มิลลิเมตร กระตุ้นการทำงานคอลลาเจนและอิลาสตินให้เกิดใหม่ ทำให้เกลียวเส้นใยคอลลาเจนแข็งแรง ช่วยให้ผิวหน้าแน่นขึ้น (tightening)  ลด volume ของผิวหนัง และไขมันบนใบหน้า ปริมาณไขมันที่ลดลงจะช่วยให้แก้มที่หย่อนคล้อย แลดูกระชับมากขึ้น

Ulthera :  เครื่องอัลเทอร่าจะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งผ่านพลังความความร้อนยิงลงสู่ชั้นผิวในลักษณะเป็น Dot เล็กๆ (Micro – Focus) ลงลึกได้ถึงระดับ 4.5 mm, 3.0 mm และ 1.5 mm จนถึงชั้น SMAS (superficial muscular aponeurotic system) จะเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณใต้ชั้นผิวเกิดการหดตัว ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น (lifting)

***ชั้นไขมัน (SMAS) เป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมผ่าตัด เพื่อดึงหน้า

เหมาะกับใคร

Thermage : เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาดการกระชับ หย่อนคล้อย มีไขมันเยอะบริเวณใบหน้า เช่น ตา คิ้ว หน้าผาก แก้ม ใต้คาง กรอบหน้า และบริเวณที่มีเซลล์ลูไลท์อย่าง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก เพื่อให้ผิวกระชับและเนียนขึ้น

Ulthera : เหมาะกับผู้ที่มีไขมันไม่เยอะมาก แต่มีปัญหาของการหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับบริเวณใบหน้า ลำคอ อาทิเช่น

  • มีไขมันบริเวณแก้ม
  • มีไขมันใต้คาง (เหนียง) กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการให้ใบหน้าเรียว (V Shape)
  • มีหนังตาหย่อนคล้อย หางตาหรือคิ้วตก
  • ต้องการการดูแลและฟื้นฟู เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลึกกว่าการบำรุงอย่างการทาครีม

เหมาะกับรูปหน้าแบบไหน

Thermage : เหมาะกับผู้ที่มีรูปหน้าแบบทรงกลม (Round) ส่วนใหญ่จะมีปริมาณไขมันค่อนข้างเยอะ เช่น แก้ม ใต้คาง การรักษาด้วย Thermage จะทำให้ยกกระชับและปรับใบหน้าให้เรียวขึ้น

Ulthera : เหมาะกับผู้ที่มีรูปหน้า ดังนี้

  • รูปหน้าแบบสามเหลี่ยม (Heart) ต้องการให้ใบหน้า V Shape แต่ต้องระวังในเรื่องใบหน้าครึ่งล่างดูตอบและเล็กลงกว่าเดิม ดูไม่สมส่วนได้
  • คนที่มีใบหน้ายาว สามารถรักษาเพื่อลดไขมันที่แก้มได้ แต่ต้องระวังในเรื่องของใบหน้าที่ซูบและทำให้ดูไม่สดใส

Thermage และ Ulthera : ผู้ที่มีรูปหน้าตามนี้ สามารถเลือกการยกกระชับได้ทั้ง 2 วิธี คือ

  • หน้ารูปไข่ (Oval) จะมีความสมดุลได้รูปอยู่แล้ว แต่บางคนอาจมีปัญหาในเรื่องของไขมันสะสม หรือโครงสร้างชั้นไขมัน (SMAS) ไม่ค่อยแข็งแรง
  • รูปหน้าแบบเหลี่ยม (Square) ต้องระวังเรื่องกล้ามเนื้อกรามที่อาจทำให้ใบหน้าเห็นสันเหลี่ยมชัดเจนเกินไป

ความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไร

Thermage : จะรู้สึกอุ่นหรือร้อนเล็กน้อย เพราะการใช้พลังงานประมาณ 40 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หลังทำผิวอาจมีสีอมชมพูเล็กน้อย แต่จะไม่มีบาดแผล

Ulthera : จะรู้สึกหน่วงบริเวณผิว ซึ่งแต่ละคนจะรู้สึกหน่วงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้

หลังทำเห็นผลเมื่อไหร่

Thermage : หลังทำเห็นผลทันทีประมาณ 20 – 30 % จะค่อย ๆ เห็นผลชัดขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไป 2 – 3 เดือน และเห็นผลได้อย่างเต็มที่ภายใน 6 เดือน การรักษาอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี

Ulthera : จะเห็นผลหลังทำในบริเวณต่าง ๆ เช่น

  • หลังทำจะเห็นผลทันที กรอบหน้าที่ชัดขึ้น ผิวที่หย่อนคล้อยดูยกขึ้น
  • ทำให้ผิวฟู ยกกระชับมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตาและร่องแก้มตื้นขึ้น
  • ทำให้ไขมันที่สะสมในหนังตาลดลง ทำให้หางคิ้วและหางตายกขึ้น
  • ฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก จะเห็นผลหลังทำประมาณ 3 และ 6 เดือน ตามลำดับ

มีข้อดีอย่างไร

Thermage :

  • เน้นในเรื่องการทำให้ผิวกระชับขึ้น (Tightening) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดไขมัน
  • ใช้เวลาการรักษาแต่ละครั้ง ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
  • หลังทำไม่มีร่องรอยหรือบาดแผล สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
  • สามารถทำได้กับทุกสีผิว เช่น ผู้ที่มีผิวเข้ม ด้วยการรักษาเพียงครั้งเดียว (แตกต่างจากการทำเลเซอร์ ซึ่งต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งถึงจะเห็นผล)
  • สามารถทำซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง ปีละ 1 ครั้ง เพื่อผลที่ดีในระยะยาว
  • มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว

Ulthera :

  • จุดเด่น ก็คือ การทำให้ผิวยกกระชับ (Lifting) ได้ลึกถึงผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับการทำศัลยกรรมและผ่าตัด
  • หลังทำจะไม่มีบาดแผล หรือการทำลายชั้นผิวแต่อย่างใด เป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการรักษาด้วยการทำศัลยกรรม
  • พลังงานที่ใช้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยเฉพาะคอลลาเจนชนิดที่เกี่ยวกับการหย่อนคล้อยของผิวได้ถึง 42 % และช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรง
  • สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ในทันทีหลังทำ จะเห็นผลลัพธ์การยกกระชับและผิวที่เรียบเนียนได้ชัดเจนประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
  • การถ่ายภาพด้วยอัลตร้าซาวด์ จะทำให้สามารถมองเห็นเนื้อเยื่อชั้นต่าง ๆ ขณะทำ จึงมั่นใจได้ว่าพลังงานที่ส่งลงไปนั้นมีความปลอดภัย
  • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น
  • นวัตกรรมการยกกระชับด้วย Ultrasound นั้นไม่ทำลายผิว (Non – Invasive)

มีข้อเสียอย่างไร

Thermage :

  • อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นในบริเวณที่ทำ เช่น อาการแดง บวมเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง โดยจะไม่มีแผล แต่ในบางรายอาจอาการผิวไหม้ขึ้นได้
  • ค่าใช้จ่ายในการทำค่อนข้างสูง

Ulthera :

  • อาการบวมหลังทำได้ ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 2 – 3 วัน
  • อาการระบมใต้ผิว โดยทั่วไปอาการจะหายไปประมาณ 1 – 2 สัปดาห์หลังทำ
  • อาการของผิวแห้งเพิ่มขั้นในช่วงแรก เนื่องจากการทายาชา
  • ต้องเข้ารักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้ว 1 ครั้งต่อ 2 ปี เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ถาวร

วิธีการปฏิบัติตัวก่อนและหลังทำ

Thermage : ทั้งก่อนหรือหลังการทำไม่ต้องดูแลระวังเป็นพิเศษ สามารถทำทุกอย่างได้ตามปกติ แต่ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด

Ulthera : 

ก่อนทำ

  • สามารถดูแลผิวได้ตามปกติ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องทานวิตามินอีหรือแป๊ะก๋วย

หลังทำ

  • หากมีอาการบวมเกิดขึ้น แนะนำให้ประคบเย็น เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • ถ้าผิวแห้ง แนะนำให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บ่อย ๆ และทาครีมกันแดดเป็นประจำ(งดทายากลุ่มไวท์เทนนิ่งที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์)
  • อาการระบมใต้ผิว หากรู้สึกเจ็บมาก สามารถทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล

ราคา

Thermage : ราคา ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวน Shot ที่ใช้ ซึ่งแต่ละคนจะใช้จำนวนที่แตกต่างกัน ราคามีตั้งแต่ 30,000–100,000 บาท

Ulthera : ราคาเริ่มต้นที่ 10,000 บาท ขั้นไป ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการยกกระชับ หากทำทั่วใบหน้า หรือต้องการยกเก็บกรอบหน้า ต้องใช้จำนวน Lines เพิ่มมากขึ้น