เติมร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์

สิ่งที่สาว ๆ หลายคนกังวลเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความสวยความงามเกี่ยวกับผิวพรรณตามส่วนต่าง ๆ บนร่างกายกันใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังที่หย่อยคล้อยไม่กระชับ หน้าดูหมองคล้ำ มีริ้วรอย ร่องลึกที่แก้มอย่างเห็นได้ชัดเวลาส่องกระจก ซึ่งการมีร่องแก้มที่ลึกจะทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นไปอีกจนรู้สึกขาดความมั่นใจ สาเหตุเหล่านี้เกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราเสื่อมสภาพตามอายุที่มากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ทุกวัน สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการดูแลรักษาริ้วรอยบริเวณร่องแก้มอยู่ละก็ ครั้งนี้เราจะมาแนะนำการฉีด “ฟิลเลอร์ร่องแก้ม” ให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น ว่าฟิลเลอร์นี้มีประโยชน์อย่างไร สามารถแก้ไขได้ตรงจุดจริงหรอเรามาดูกันเลยดีกว่า

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาให้มีลักษณะคล้ายส่วนที่มีในชั้นผิวหนังของเรา เป็นสารประเภทไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้น ๆว่าสาร HA ซึ่งมีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ สลายได้เอง100% ไม่ทิ้งสารตกค้างภายในร่างกาย จึงถูกนำมาใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มผิวหนังในส่วนที่ขาดหายไป ให้กลับมากระชับ ไม่หย่อนคล้อย เรียบเนียน ลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่าง ๆ ของใบหน้าและตามสัดส่วนของร่างกาย รวมทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อเพื่อทดแทนคอลลาเจนในส่วนที่เกิดร่องลึกให้กลับมาดูตื้นขึ้นทันทีหลังฉีด มีประสิทธิภาพคงอยู่ได้ประมาณ 4-12 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ แต่เมื่อฟิลเลอร์ที่ฉีดเกิดการสลายไป ก็สามารถเติมฟิลเลอร์ได้อยู่เรื่อย ๆ เลย

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท

โดยหลัก ๆ แล้วเราสามารถจำแนกประเภทของฟิลเลอร์ออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler)

คือฟิลเลอร์ประเภทสารไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติที่ดี เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ มีความปลอดภัยมากกว่าประเภทอื่น ๆ เพราะสามารถสลายได้เอง100% และมีคงประสิทธิภาพอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 4-12 เดือน หลังฟิลเลอร์เสื่อมสภาพลงก็สามารถฉีดเพิ่มเติมได้ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายแน่นอน

  1. ฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler)

คือฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์แบบคงอยู่ถาวรเคยได้รับความนิยมเมือหลายสิบปีก่อน แต่เพราะฟิลเลอร์ประเภทนี้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงระยะยาวกับตัวผู้ฉีด มีภาวะแทรกซ้อนกับร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ หากต้องการเอาออกต้องผ่านการผ่าขูดออกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ซิลิโคนเหลว น้ำมันพาราฟิน หรือเม็ดพลาสติก

  1. ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent filler)

คือฟิลเลอร์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาแบบชั่วคราว สามารถเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ มีความปลอดภัยในระดับปานกลาง คงประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ยกตัวอย่างเช่น สารPolyakylimide และสารPolymethy-Methacrylate (PMMA)

ตำแหน่งที่คนนิยมฉีดฟิลเลอร์

  1. หน้าผาก
  2. ขมับ
  3. ใตต้า
  4. โหนกแก้ม ร่องแก้ม และบริเวณแก้มตอบ
  5. จมูก
  6. ริมฝีปาก
  7. คาง
  8. แนวสันกราม
  9. บริเวณคอ และเนินอก

ฟิลเลอร์เหมาะกับใคร

  1. คนที่มีปัญหาหลุมสิว หรือมีหลุมแผลเป็นบริเวณใบหน้า
  2. คนที่มีปัญหาใต้ตาไม่ว่าจะเป็นถุงใต้ตา ร่องลึกและกว้าง ตาหมองคล้ำ
  3. คนที่มีปัญหาริ้วรอบร่องลึกบริเวณร่องแก้ม
  4. คนที่อยากมีริมฝีปากหนาอวบอิ่ม สวยเป็นกระจับ
  5. คนที่ต้องการอยากปรับโครงหน้าให้ดูคมชัด สวยมีมิติมากขึ้น
  6. คนที่อยากให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ เป็นธรรมชาติมากขึ้น
  7. คนที่ไม่ต้องการจะผ่าตัดศัลยกรรม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

จากที่กล่าวไปในข้างต้นว่าเราจะมาแนะนำ การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ให้ทุกคนรู้จักกัน โดยคนที่จะฉีดฟิลเลอร์เคสนี้ เป็นผู้ที่มีปัญหาร่องลึกอย่างเห็นได้ชัด แก้มหย่อนคล้อย ผิวหนังขาดความกระชับที่มาจากคอลลาเจนและอีลาสตินที่เสื่อมลง บวกกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นใช้ครีมบำรุงแล้วเห็นผลช้า จึงอยากได้วิธีที่สะดวก รวดเร็ว และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

  1. การหาคลืนิกที่จะใช้บริการคือสิ่งแรกเลยที่ควรทำ โดยพิจารณาว่าคลินิกนั้นมีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานรับรอง หรือมีรีวิวที่สามารถหาอ่านได้จากคนที่เคยไปทำมาก่อน รวมทั้งแพทย์ผู้ฉีดต้องมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญมาก ๆ ดังนั้นถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน ก็จะเกิดผลกระทบกับเราตามมาทีหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเสียเงิน เสียเวลา และเกิดผลเสียกับใบหน้าของเรา
  2. กรอกประวัติส่วนตัว หากเคยมีการแพ้ยาหรือมีโรคประจำตัว ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงได้ถูกจุด
  3. เลือกฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์ที่เลือกต้องได้รับการรับรองจากอย. ฉลากและเลขLotการผลิตสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้มีความปลอดภัยมากที่สุด อีกทั้งต้องเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ด้วย เช่น กรณีคนฉีดฟิลเลอร์จมูก-คางก็จะต้องพิจารณาความแข็งในแนวตั้ง, คนฉีดร่องแก้ม-ริมฝีปาก ก็ดูจากความยืดหยุ่นต่อแรงบิดตามแนวต่าง ๆ และคุณสมบัติการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ว่ามีความสามารถระดับไหน เนื่องจากหลังฉีดเราต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อให้ฟิลเลอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น
  4. ก่อนวันนัดควรงดทานอาหารเสริม วิตามินอี ที่ทำให้เกิดภาวะช้ำได้ง่าย และควรงดทานยาต้านการอักเสบอย่างแอสไพริน NSAIDs อย่าง Ibruprofen diclofenac ponstan ที่ทำให้ต้านการแข็งตัวของเลือด อีกทั้งควรงดแอลกอฮอล์และบุหรี่ด้วย
  5. วันนัดก่อนฉีดฟิลเลอร์แพทย์จะทายาฉาบริเวณคางทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที หลังจากนั้นจะทำการฉีดฟิลเลอร์คางโดยใช้ปริมาณ 3-5 ซีซี
  6. หลังฉีดเสร็จก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. งดสัมผัสบริเวณคาง ไม่ควรกดจับ นวด รวมถึงการสัมผัสแรง ๆ บริเวณคาง เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะค้างอยู่ในตำแหน่งนั้น การสัมผัสก็เหมือนไปกระตุ้นให้ฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายไปมาได้
  2. งดการนวด สปาผิวหน้า และทำเลเซอร์ เนื่องจากจะส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่เกิดผล และไม่เป็นไปตามที่แพทย์วางแผนไว้ อาจสร้างความระคายเคือง เกิดการอักเสบและยังเสี่ยงต่อปัญหารูปหน้าด้วย
  3. งดรับประทานวิตามิน หรือ อาหารเสริมบางชนิด เช่นวิตามินอี น้ำมันปลา หรือสารสกัดสมุนไพรต่าง ๆ อย่างโสม กิงโกะ เพราะสารเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับร่างกาย อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช้ำได้ง่ายกว่าปกติ
  4. งดยาแก้ปวด และยาต้านการอักเสบ หลังฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดเช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน
  5. เลี่ยงแสงแดด และความร้อน เพราะความร้อนจะส่งผลต่อการเซทตัวของฟิลเลอร์ โดยหลังฉีดช่วง 48 ชั่วโมงแรกแพทย์จะแนะนำให้คนไข้เลี่ยงการโดนแสงแดด เจออุณหภูมิที่มีความร้อนสูง งดทำกิจกรรมการซาวน่า หรือการรับประทานอาหารที่ต้องเจอความร้อนอย่าง หมูกระทะ ปิ้งย่าง และชาบู ที่ใบหน้าต้องเจอความร้อนอยู่ตลอดเวลา
  6. เลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของกรดผลไม้ อย่างAHA BHA และ Retinoids เพราะส่วนประกอบเหล่านี้อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้
  7. ควรดื่มน้ำในปริมาณที่มาก เพราะฟิลเลอร์มีความสามารถในการโอบอุ้มน้ำและดูดซึมได้ดี การดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติ จะช่วยให้ฟิลเลอร์มีความอิ่มน้ำ ผิวมีความเอิบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติอยู่ได้นานมากขึ้น
  8. งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีด อาจทำให้มีเลือดออกบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ และถ้ามีอาการมึนเมาไม่ได้สติก็เสี่ยงต่อการเอามือไปสัมผัสให้ช้ำได้

ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  1. เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังฉีด
  2. ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
  3. ร่องแก้ม ร่องคาดแก้มที่ลึกดูตื้นขึ้น
  4. มีความปลอดภัย
  5. ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย เพราะสลายได้เอง
  6. เสริมสร้างความมั่นใจให้มากขึ้น

ป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่เราเอามาแนะนำ หากคนไหนมีคำถามเพิ่มเติม หรือกำลังลังเลอยู่ก็สามารถเข้าไปปรึกษาทางคลินิกได้เลย เพื่อความมั่นใจกับตัวคุณเอง และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด