เตรียมตัวก่อนและหลังการทำ Hifu

Hifu เป็นการรักษาด้วยเทคโนโลยีในการยกกระชับผิวสำหรับแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย ซึ่งจะปล่อยพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focused Ultrasound) ที่สามารถลงลึกได้ถึงชั้นใต้ผิวหนังทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ผิวหนังชั้นใน (Dermis) ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Tissue) และชั้นผิวระดับกล้ามเนื้อ (Superficial Muscular Aponeurotic System หรือ SMAS)  โดยคลื่นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ส่งผลให้ผิวหนังชั้นในเกิดการลดเลือนริ้วรอย ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะถูกกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้เพิ่มขึ้น โดยเส้นใยคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวจะมีการจัดเรียงตัวใหม่ จึงทำให้ชั้นผิว SMAS ดูยกกระชับ รวมทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดี เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

วิธีนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย

อายุประมาณ 25-40 ปี สามารถรักษาได้ทั้งบริเวณใบหน้าและร่างกาย จะเห็นผลการรักษาได้ตั้งแต่ครั้งแรกประมาณ 20-30 % เห็นผลเต็มที่หลังทำ 1 เดือน ซึ่งผลของการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ทั้งนี้การดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังรักษาก็มีผลต่อระยะการคงอยู่ของผลลัพธ์การรักษาด้วยเช่นกัน จึงอยากแนะนำวิธีการเตรียมตัว เพื่อดูแลตนเองทั้งก่อนและหลัง ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษาด้วย Hifu ควรทราบข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ กันก่อน

การรักษาด้วย Hifu สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง

สามารถทำการรักษาบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยได้ทั้งใบหน้าและลำตัว
ใบหน้า : หน้าผาก เปลือกตาบน ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปากใต้คาง ลำคอ และกรอบหน้า
ลำตัว : ต้นแขน หน้าท้อง สะโพก และต้นขา

ประโยชน์ของการรักษาด้วย Hifu

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรมหรือผ่าตัด การรักษาด้วย Hifu จะเป็นเพียงการปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์พลังงานความร้อนที่มีค่าอุณหภูมิเหมาะสมกับการใช้รักษาบนใบหน้า จึงไม่ทำให้เกิดบาดแผลหรืออาการเจ็บที่มากนัก
  • สามารถเห็นผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยนั้นดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังทำ
  • ใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานมาก ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • ไม่ต้องพักฟื้นหลังรักษา จึงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น การบำรุงผิวหน้าและผิวกาย หรือการแต่งหน้า
  • ทำการรักษาซ้ำได้และยังสามารถรับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ควบคู่กันได้อีกด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขั้น แต่ก็ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก่อน

ข้อควรทราบต่าง ๆ ในการรักษาด้วย Hifu

  • จำนวนครั้งในการรักษาด้วย Hifu ของแต่ละคนจะแตกต่างกัน จะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน
  • ระยะเวลาการคงสภาพของผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี จะขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละคน จึงควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเว้นระยะในการทำซ้ำอย่างน้อย 6 สัปดาห์ กระตุ้นเฉลี่ย 1-2 ครั้ง ร่วมกับการดูแลรักษาผิวหลังทำ
  • หลังการรักษาอาจมีรอยแดงเกิดขึ้น แต่จะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง หรือบางรายอาจมีอาการเมื่อยและตึงบริเวณที่ทำ
  • มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็น ข้อดี ข้อเสีย คุณภาพของเครื่อง Hifu หรือคลินิกที่ต้องการรักษาให้ดีและรอบคอบก่อน
  • ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอุ่นผิวเล็กน้อย หรือบางรายอาจะรู้สึกเจ็บหรือหน่วง ๆ บริเวณที่ทำ อาจจะต้องใช้ยาชา เพราะเป็นคลื่นที่มีความถี่สูง
  • ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรักษาด้วย Hifu ได้แก่ ผู้ที่เป็นสิวอักเสบบนใบหน้า, ผู้ที่มี Implant โลหะใต้ผิวหนัง, ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ในกลุ่มของ Anticoagulant, ผู้ที่มีความผิดปกติทางหลอดเลือด เพราะอาจไปกระทบกับระบบประสาทที่อยู่บนใบหน้าได้ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเริมหรืองูสวัด
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา

วิธีการดูแลตนเองหลังการรักษาด้วย Hifu

  • ผู้ที่เคยทำเลเซอร์มา ควรเว้นระยะการรักษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากการรักษายังมีความร้อนอยู่ในบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อป้องกันผลกระทบในเรื่องของผิวหน้าที่อาจไหม้ได้
  • หากเคยร้อยไหม ฉีดฟิลเลอร์ หรือฉีดไขมัน ต้องเว้นระยะการทำอย่างน้อย 8 เดือน ขึ้นไป ถึงจะรักษาด้วย Hifu ได้
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
  • ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะจะช่วยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ได้ดีขึ้น
  • งดทานยาในกลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่ายและวิตามิน ได้แก่ วิตามินอี แปะก๊วย ก่อนรักษาประมาณ 5-7 วัน
  • งดการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนการรักษาประมาณ 3-7 วัน
  • สามารถทำทรีทเม้นท์ก่อนการรักษาด้วย Hifu ได้ จะเป็นการช่วยเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการทำ

วิธีการดูแลตนเองหลังการรักษาด้วย Hifu

หลังการรักษาด้วย Hifu แล้ว ควรปฏิบัติ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ ซาวน่า หรืออบไอน้ำ หลังทำประมาณ 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือถูใบหน้าแรง ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะไปการทำลายการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินที่ชั้นใต้ผิวหนัง
  • งดการใช้ยาละลายหัวสิวหรือยาทาสิวเสี้ยนไปก่อน เพราะสารที่อยู่ในตัวยาอาจส่งผลกระทบต่อผิวโดยตรงได้
  • ควรดื่มน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน ๆ (น้ำแร่) ให้ได้ประมาณ 5-2 ลิตรต่อวัน
  • หากมีอาการปวด เมื่อย หรือรู้สึกตึงบริเวณผิว สามารถรับประทานยาแก้ปวด (พาราเซตามอล) เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้

 

ถ้ามีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้นบริเวณผิว

  • อาการผิวแห้งหรือแดง

สาเหตุ : พลังงานที่ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นผิวหนังจนถึงในระดับชั้นลึกที่สุดอย่าง SMAS จะให้พลังงานความร้อน ณ บริเวณที่ต้องการโฟกัส เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของเส้นเลือดฝอย

วิธีแก้ไข : ควรดูแลด้วยการใช้หน้ากากมาร์คหน้าหลังการรักษา เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ซึ่งจะหายไปใน 1-2 ชั่วโมง

  • อาการผิวหนังบวมและลอก

สาเหตุ : จะใช้พลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงที่จะเปลี่ยนเป็นความร้อน มีค่าอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่าอุณหภูมิที่สูงกว่าอุณหภูมิของร่างกาย จึงอาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังให้เกิดภาวะของการอักเสบขึ้นได้

วิธีแก้ไข : จึงควรบำรุงผิวเป็นประจำด้วยครีมที่มีส่วนผสมของ moisturizer เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว หรือการรับประทานวิตามินซีควบคู่กัน เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพผิว

  • อาการคันและผิวที่แห้งกร้าน

สาเหตุ : ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เนื่องจากหลังการรักษาด้วย Hifu ออกไปเผชิญแสงแดดบ่อย ๆ

วิธีแก้ไข : หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ เพราะแสงแดดจะไปทำลายคอลลาเจนที่อยู่ใต้ชั้นผิวได้ จึงควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB หรือบำรุงด้วยการมาร์คหน้าเป็นประจำทุกวัน

  • อาการผิวมีรอยช้ำเป็นสีม่วงหรือเหลือง

สาเหตุ : เกิดการกระตุ้นผิวด้วยเครื่อง Hifu ในขั้นตอนการรักษาอาจจะไปกระแทกบริเวณที่ทำ ซึ่งในชั้นใต้ผิวหนัง จะมีเนื้อเยื่อต่าง ๆ อยู่ จึงทำให้หลอดเลือดฝอยที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังบางส่วนแตกออก โดยเลือกจะไหลไปคั่งรวมกันอยู่ในบริเวณนั้น จน เปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีที่ค่อย ๆ คล้ำขึ้น

วิธีแก้ไข : หลีกเลี่ยงการสัมผัสในส่วนที่เกิดอาการ หรือการประคบร้อนใน 48 ชั่วโมงแรกหลังทำ เพราะอาจไปเพิ่มอาการในบริเวณนั้นได้ แนะนำให้ประคบด้วยความเย็นหรือน้ำแข็งแต่ละครั้ง ประมาณ 15-20 นาที เพราะความเย็นจะช่วยทำให้หลอดเลือดหดตัว ดังนั้นปริมาณเลือดที่ไหลออกมาจากเส้นเลือดฝอยจึงมีน้อยลง รวมทั้งยังเป็นการช่วยลดอาการอักเสบด้วย

ดังนั้นผู้ที่ต้องการรับการรักษาด้วย Hifu ทุกราย แนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนเพื่อจะได้ทราบเกี่ยวกับข้อมูล รายละเอียด และผลของการักษาที่จะได้รับ ถ้าต้องการให้การักษาออกมาได้อย่างน่าพึงพอใจนั้น ควรเตรียมความพร้อมให้ตนเองทั้งก่อนและหลังการรักษา