เจาะลึกความสวยแบบหมดเปลือกด้วยร้อยไหม

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนเมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็ต้องประสบกับปัญหาผิวหน้าที่คอยกวนใจกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวหมองคล้ำ มีร่องลึกและริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รู้สึกเครียด ขาดความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งปัจจัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกก็สามารถแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยยกกระชับผิวหน้าของเรา ให้กลับมาเข้ารูป ฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น วันนี้เราก็มีเทคนิคดี ๆ มาฝากทุกคนกันมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลย

การร้อยไหมคืออะไร?

การร้อยไหม คือ เทคนิคทางหัตถการประเภทหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าของเราไม่หย่อนคล้อย ให้กลับมายกกระชับพร้อมฟื้นฟูสภาพผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น และช่วยให้ใบหน้าเข้าทรงได้รูปดูเรียวเป็นวีเชฟ โดยหลักการของเทคนิคนี้ จะเป็นการใช้เส้นไหมจำนวนหายเส้นสอดเข้าสู่บริเวณใต้ชั้นผิวหนังที่มีปัญหา ซึ่งไหมที่ถูกร้อยเข้าไปจะกระตุ้นให้ผิวหนังของเราเกิดการอักเสบ ทำให้มีการสร้างเส้นเลือดหรือคอลลาเจนขึ้นมาใหม่พันรอบแนวเส้นไหม ส่งผลให้รู้สึกเหมือนผิวหน้าถูกดึงรั้ง เต่งตึงและยกกระชับหลังทำทันที

ชนิดของเส้นไหม

ไหมที่นิยมนำมาร้อยคือไหม พอลิไดอ๊อกซาโนน (Polydioxanone หรือ PDO) ซึ่งเป็นไหมที่ใช้ในวงการศัลยกรรมการเย็บจึงมีโอกาสแพ้น้อยมาก เพราะไม่ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง ช่วยในการยึดเกาะผิวได้ดี สามารถสลายได้เองภายใน 6-8 เดือน คงประสิทธิภาพต่อผิวหนังประมาณ 1-2 ปี และยังผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่อนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการการเย็บเท่านั้น โดยลักษณะของเส้นไหมสามารถจำแนกออกได้ 3 ประเภทดังนี้

  • เส้นไหมเรียบ (Mono threads) มีลักษณะเส้นเรียบไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือเกลียว ส่วนใหญ่ใช้ร้อยบริเวณหน้าผาก ใต้ตา และคอ ซึ่งเส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง แต่จะไม่ช่วยยกชั้นผิวหนัง
  • เส้นไหมเกลียว (Screw threads) มีลักษณะเป็นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นที่พันเกลียวเข้าหากัน ไหมชนิดนี้มีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มปริมาตร บริเวณผิวหนังที่เกิดการยุบตัวเป็นแอ่ง ซึ่งเส้นไหมเกลียวจะแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ เหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน
  • เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) มีลักษณะเป็นไหมเส้นเดียวที่มีเงี่ยงโผล่ออกมาตลอดแนว ทำหน้าที่ช่วยยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง ซึ่งเงี่ยงเปรียบเสมือนโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน ให้กลับมายกกระชับมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนพันรอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง โดยคอลลาเจนจะช่วยให้เส้นไหมอยู่ได้นานขึ้นหลังจากที่ไหมละลายไปแล้ว ไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง หรือต้องการปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟ

ร้อยไหมฉีดยาชาหรือไม่?

ก่อนที่จะร้อยไหมแพทย์จะเช็ดผิวหน้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นจึงทำการฉีดหรือทายาชาลงบริเวณผิวหน้าเฉพาะจุด แล้วทำการร้อยไหมตามที่แพทย์ได้ออกแบบไว้ ซึ่งจำนวนเส้นไหมที่ร้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย

เทคนิคการร้อยไหม

ปัจจุบันนี้เส้นไหมที่ได้รับความนิยมถูกนำมาร้อยคือ ไหมเงี่ยง บางคนก็เรียกว่าไหมก้างปลา หรือ ไหมกุหลาบ แต่ในทางการแพทย์จะมีชื่อเรียกว่า Bidirectional barbed thread จะไม่เรียกว่า fishbone (ก้างปลา) แบบตรงตัว ซึ่งคุณสมบัติของไหมประเภทนี้จะช่วยยกกระชับได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ และมีเงี่ยงที่ช่วยยึดเกาะกับผิวได้ดีสามารถสลายไปเองได้โดยไม่เกิดพังผืดที่ผิวหนัง โดยขั้นตอนการร้อยมีดังนี้
หลังจากฉีดยาชาแล้วเรียบร้อย แพทย์จะนำเส้นไหมที่สอดผ่านเข็มปลายทู่ (Blunt Canula) ร้อยเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังเฉพาะจุด โดยเข็มปลายทู่จะช่วยลดอาการบวม เขียวช้ำหลังร้อยไหมได้

ข้อควรปฏิบัติหลังร้อยไหม

  • ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังจากร้อยไหมให้ประคบเย็นบ่อย ๆ เพื่อลดอาการบวมช้ำ ซึ่งก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเองประมาณ 1 สัปดาห์ และใบหน้าจะเข้ารูปเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นภายใน 1 เดือน
  • ไม่ควรทำสปาผิวหน้า นวดหน้า หรือทำเลเซอร์หน้าอะไรที่เกี่ยวกับหน้าสักระยะประมาณ 1 เดือน หรือจนแน่ใจว่าหน้าเข้าที่แล้ว เพราะการกดนวดก็เหมือนเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดการบวมช้ำมากยิ่งขึ้น
  • ไม่ควรนอนคว่ำหรือนอนตะแคงหลังการร้อยไหม
  • เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเจอความร้อนประมาณ 1 เดือน เช่น การซาวน่า
  • ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ควรงดดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่
    ควรงดทานอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่นอาหารทะเล
  • ควรงดรับประทานยา อาหารเสริม วิตามิน หรือสารสกัดสมุนไพรที่ส่งผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดประมาณ 1-2 สัปดาห์ เช่น ยาแอสไพริน ยาพาวิก วิตามินอี โสม และใบแปะก๊วยเป็นต้น
  • หากมีอาการผิดปกติเพื่อความปลอดภัย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอดูอาการ

ข้อดีการร้อยไหม

  1. ได้ใบหน้าที่ยกกระชับ เต่งตึง ริ้วรอยลดลงและร่องลึกดูตื้นขึ้น
  2. เห็นผลทันทีหลังทำ ใช้เวลาในการฟื้นฟูไม่นาน สะดวกรวดเร็ว
  3. ทำให้โครงหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
  4. รอยแผลเล็กเพราะไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด และมีโอกาสแพ้น้อยกว่า
  5. ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้มาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น เพราะการร้อยไหมเป็นการไปรบกวนผิวหนังให้เกิดการอักเสบ พอมีการไหลเวียนก็จะส่งผลให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใสเพิ่มขึ้น
  6. ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ที่มีส่วนช่วยยกกระชับและช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวในเนื้อเยื่อให้แข็งแรงมากขึ้น
  7. กรณีร้อยไหมจมูกก็จะช่วยปรับรูปทรงจมูกให้ดูเป็นสัน ปลายจมูกดูยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  8. กรณีร้อยไหมยกหางตา หางคิ้ว และยกมุมปาก ก็จะทำให้บริเวณที่ร้อยนั้นยกกระชับขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งปากสวยเป็นกระจับได้รูป ดูสวยเป็นธรรมชาติ
  9. นอกจากใบหน้าแล้ว ยังสามารถร้อยไหมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง และสะโพกเป็นต้น

ข้อควรระวังและผลข้างเคียง

  1. การร้อยไหมจะให้ผลแค่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นผิวหนังจะหย่อนคล้อย กลับสู่สภาพเดิมในเวลาต่อมา
  2. หากเส้นไหมที่ร้อยไม่ได้คุณภาพ ไร้มาตรฐาน อาจทำให้ไหมไม่ละลาย เกิดการจับตัวกันเป็นก้อน คลำแล้วเห็นปมไหมได้ หรือเห็นปลายไหมโผล่ออกมาจากจุดที่ร้อยได้ชัดเจน ส่งผลให้มีหนองขึ้นตามแนวไหมได้ด้วยเช่นกัน
  3. คนที่ร้อยไหมต้องไม่เป็นแผลคีลอยด์ และไม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  4. ควรหลีกเลี่ยงการร้อยไหมในระหว่างมีประจำเดือน
  5. หากมีอาการผิวหนังบวม เกิดรอยแดงตามแนวเส้นไหม ให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ไหมละลาย และยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มาจากการใช้เข็มสอดเส้นไหมจำนวนมากเข้าสู่ชั้นผิวหนัง
  6. การร้อยไหมทองคำ จะไม่สามารถแก้ไขหรือเอาออกได้ เนื่องจากได้ถูกพังผืดยึดเอาไว้แล้ว หากไปทำการดึงออกก็จะทำให้ผิวบุ๋มจนใบหน้าเสียโฉมได้
  7. กรณีคนที่เลือกร้อยไหมแบบถาวร จะเป็นอันตรายอย่างมากเพราะอาจก่อให้เกิดเนื้องอกจากสิ่งแปลกปลอม และยังส่งผลข้างเคียงในระยะยาวด้วย
  8. บางคนอาจมีผิวหน้าทั้งสองข้างที่ยกกระชับไม่เท่ากัน
  9. บางคนมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เส้นประสาทใบหน้าเสียหาย มีอาการปวดเรื้อรัง ประสาทรับรู้บกพร่องเป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการร้อยไหมละลายชนิด PDO จะได้การรับรองความปลอดภัยจากอย. เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ แต่ถ้าคลินิกที่เราเลือกใช้บริการขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ได้มาตรฐานและใช้ของไม่มีคุณภาพ ก็จะทำให้เราได้รับผลเสียตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลาและเงินทอง ดังนั้น ก็ควรตรวจสอบคลินิกดังกล่าวและหาข้อมูลให้รอบคอบเสียก่อน เพื่อผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปและได้ใบหน้าที่สวยกระชับ ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเรามากขึ้นนั่นเอง