อะไรคือข้อห้ามในการทำ Hifu

Hifu (ไฮฟู) คือ เทคโนโลยีที่ช่วยในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เพื่อให้ผิวยกกระชับและเต่งตึงขึ้น ซึ่งไม่ต้องอาศัยการทำศัลยกรรมหรือผ่าตัดที่อาจจะมีบาดแผลหลังการรักษา โดยหลักการทำงานของ Hifu จะปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง หรือเรียกว่า High Intensity Focus Ultrasound เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจครรภ์ คลื่นจึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อผิว เพราะคลื่นนี้จะส่งเข้าไปออกฤทธิ์กระตุ้นเนื้อเยื่อในชั้นใต้ผิวหนัง ลึกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ (Superficial Muscular Aponeurotic System หรือ SMAS) เป็นชั้นพังพืดที่รองรับเนื้อเยื้อลึกที่สุด ประมาณ 4.5 มิลลิเมตร คลื่นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการใช้ในบริเวณผิวหนัง จึงไม่ทำให้ผิวชั้นบนเกิดความเสียหาย การรักษาด้วย Hifu จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ใหม่ให้กับผิว ผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือ ผิวยกกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นจากเดิม สามารถยกกระชับได้ทั้งบริเวณใบหน้า (หน้าผาก เปลือกตา ใต้ตา แก้ม ร่องมุมปาก กรอบหน้า ใต้คาง ลำคอ) และลำตัว (ต้นแขน หน้าท้อง สะโพก ต้นขา)

ขั้นตอนการรักษาด้วย Hifu

  • ก่อนทำการรักษาจะต้องทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่บนผิว
  • จากนั้นจะทำการทายาชาบริเวณที่ต้องการรักษา ทิ้งไว้ประมาณประมาณ 40-50 นาที
  • จะใช้เครื่อง Hifu กระตุ้นผิว โดยการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่ชั้นผิว ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอุ่น ๆ ผิวเล็กน้อยคล้ายกับการนวดด้วยเครื่องทรีทเม้นท์ ทั้งนี้จะใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นกับบริเวณที่ต้องการทำ (จำนวนช็อตที่ใช้ยิงในแต่ละครั้งในการรักษาจะแตกต่างกัน)

*** จำนวนช็อตที่ใช้ ใต้ตา ประมาณ 50 ช็อต, หน้าผาก แก้ม ใต้คาง และกรอบหน้า ประมาณ 100-400 ช็อต , หน้าท้อง ประมาณ 500-800 ช็อต ต้นแขนและต้นขา ประมาณ 800-1600 ช็อต

การรักษาด้วย Hifu เหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25-40 ปี ซึ่งมีปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวบริเวณใบหน้าหย่อนคล้อย เช่น ต้องการยกกระชับหนังตาคิ้ว ใต้คาง ลำคอ
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดดึงหน้า
  • ผู้ที่มีผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ต้องการปรับผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียน และลดขนาดของรูขุมขนให้เล็กลง
  • ผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณ หน้าผาก หางตา ร่องมุมปาก ต้องการลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ดูตื้นขึ้น

ข้อดีของการรักษาด้วย Hifu

  • การรักษาด้วย Hifu จะช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยไม่มาก ซึ่งจะทำให้เห็นผลลัพธ์รวดเร็วและชัดเจนขึ้น
  • เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ต้องศัลยกรรมหรือผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากไม่มีรอยแผลใด ๆ เกิดขึ้นหลังทำ
  • Hifu เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง คลื่นลักษณะเดียวกับการตรวจครรภ์ทางการแพทย์ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง
  • หลังรักษาครั้งแรก จะรู้สึกว่าผิวดูยกกระชับ เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้นทันที
  • สามารถรักษาได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว
  • สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติหลังรักษา ไม่ว่าจะเป็น การบำรุงผิว หรือแต่งหน้า
  • สามารถทำซ้ำได้ทุก 1-3 เดือน หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • หลังการรักษาด้วย Hifu ก็สามารถทำการรักษาแบบอื่นควบคู่กันได้

ข้อเสียของการรักษาด้วย Hifu

การรักษาด้วย Hifu จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป และอาจต้องอาศัยวิธีการรักษาแบบอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Hifu

หลังรักษาด้วย Hifu จะกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นใหม่ จึงทำให้ผิวกระชับ  เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้น ในระยะเวลา 1-3 เดือนจึงเห็นผลได้ชัดเจน การรักษาจะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลรักษาผิวของแต่ละคน

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Hifu

  • หลังการรักษาด้วย Hifu บางท่านอาจผิวหน้าเป็นสีชมพูหรือแดงขึ้นเล็กน้อย แต่อาการจะหายไปได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • บางท่านจะมีอาการเมื่อยหรือตึงในขณะหรือหลังการรักษา เนื่องจากยังมีความร้อนสะสมอยู่ภายใต้ผิวที่ทำ แต่จะค่อย ๆ หายไปประมาณ 3-7 วัน
  • ถ้าหากใช้พลังงานความร้อนที่สูงเกินไปกับผู้ที่มีผิวบอบบาง อาจทำให้เกิดตุ่มน้ำเล็ก ๆ ในบางจุดขึ้นได้ ซึ่งตุ่มน้ำ (Blister) จะขึ้นในวันแรกหรือขึ้นหลังการรักษา แต่จะหายไปเองภายใน 2-3 วัน ซึ่งจะไม่ถึงขั้นเป็นแผล
  • ผู้ที่ผ่านการรักษาฟันมา เช่น รักษารากฟัน หรืออุดฟัน ในขณะทำการรักษาอาจจะมีการการเสียวฟันในบริเวณดังกล่าวได้
  • หลังการรักษา อาจมีอาการผิวหน้าเเห้ง จึงควรทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการระเคือง
  • บางรายอาจเกิดอาการผิวไหม้ (Burn) ได้ เนื่องจากการใช้เครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งจะปล่อยพลังงานออกมาไม่สม่ำเสมอ

ข้อควรระวังในการรักษาด้วย Hifu

ถึงแม้ว่าการรักษาด้วย Hifu จะเป็นเทคนิคที่มีความปลอดภัยสูงก็ตาม แต่ก็ต้องระวังความผิดพลาดต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น

  • ก่อนทำการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อจะได้ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและจำนวนช็อตที่ต้องใช้ เพราะการรักษาต้องใช้พลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณที่ทำ ถึงจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างน่าพึงพอใจสูงสุด
  • ควรเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการได้มาตรฐาน
  • ต้องพิจารณาคุณภาพของเครื่อง Hifu ดังนี้ พลังงานจะต้องคงที่, จุดของพลังงานต้องโฟกัสจะต้องมีความร้อนสม่ำเสมอ และ พลังงานต้องเสถียรจะต้องให้พลังงานสูงเท่ากันทั้งหมด
  • พิจารณาค่าใช้จ่ายที่น่าเชื่อถือ โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 6,000–60,000 บาท ต้องอาศัยดุลพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถ้าหากราคาการรักษานั้นถูกมากเกินไป อาจจะใช้เครื่องมือที่ไม่มีคุณภาพพอ

ข้อห้ามในการรักษาด้วย Hifu

  • การรักษาแต่ละส่วนจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หากทำนานเกินไป อาจทำให้ผิวหนังเกิดอาการต่าง ๆ ขึ้นได้ เช่น อาการระบม บวม ช้ำ
  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางหลอดเลือด การแข็งตัวของเลือด การรักษาอาจส่งผลกระทบกับระบบประสาทบนใบหน้าได้ และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านการจับตัวเป็นก้อนของเลือดในกลุ่มของ Anticoagulant ไม่ควรทำ
  • ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง มะเร็งผิวหนัง และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเริม ควรหลีกเลี่ยงการทำเป็นอย่างยิ่ง
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจที่ต้องใส่อุปกรณ์เทียมที่เป็นโลหะ (pacemaker)
  • ผู้ที่มีบาดแผลบนหน้าหรือสิวอักเสบรุนแรง ความหลีกเลี่ยงการรักษาไปก่อน เพราะการรักษาต้องใช้คลื่นที่มีพลังงานความร้อน อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ ช้ำ และเกิดรอยได้
  • ผู้ที่มีอาการของโรคหอบหืดหรือโรคความดันโลหิตสูง ควรต้องได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อนทำการรักษา
  • ผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์ หรือช่วงที่มีการให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา
  • หากมีการฉีดกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) ควรรอประมาณ 15 วัน ถึงจะสามารถรักษาด้วย Hifu ได้
  • หลังการรักษาด้วย Hifu ไม่ควรใช้น้ำร้อนในการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการซาวน่าหรืออบไอน้ำบริเวณผิวหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัด แต่ถ้าหากต้องออกไปข้างนอก ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะแสงแดดจะไปทำลายการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

การรักษาด้วย Hifu คือ การยกกระชับผิวอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันว่าสามารถจัดการกับปัญหาผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงต้องทราบถึงข้อควรระวังและข้อห้ามต่าง ๆ เพื่อจะได้นำไปประกอบการจัดสินใจเลือกรับบริการ