ส่งความสวยด้วยการร้อยไหม

สมัยนี้แน่นอนว่าคนเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ย่อมอยากให้ตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้สถาบันเสริมความงามมากมายหลายแห่ง ได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการ

ซึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและปฏิเสธไม่ได้เลย ก็คือ การร้อยไหม นั่นเองแต่คงมีหลายคนกำลังสงสัยอยู่ว่าเทคนิคดังกล่าวนี้คืออะไร มีข้อดีแล้วส่งผลเสียหรือไม่อย่างไร เรามาทำความรู้จักกันเลย

ร้อยไหม

การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้า ยกตัวอย่างเช่น ผิวหน้าไม่กระชับ มีริ้วรอยเหี่ยวย่น เกิดการหย่อนคล้อย แล้วต้องการฟื้นฟูให้ผิวหน้ากลับมายกกระชับ มีผิวเต่งตึง ช่วยในการปรับโครงหน้าให้เรียวเข้ารูปวีเชฟ และดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถแก้ไขเฉพาะจุดได้อีกด้วย เช่น บริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร และหน้าผากเป็นต้น และสามารถยกกระชับบริเวณผิวตามร่างกายได้ แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมกับผิวหน้ามากกว่า ซึ่งเป็นการนำเส้นไหมชนิดพิเศษประเภทไหมละลายจำนวนหลายเส้นมาร้อยเข้าสู่ผิวหน้าบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อเป็นการกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ให้มีการไหลเวียนมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ที่พันรอบแนวเส้นไหม

อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนรอบ ๆ ใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหน้ามีแรงตึงเหมือนถูกดึงรั้ง กระชับ และเต่งตึงมากขึ้น

ประเภทของเส้นไหม

การร้อยไหมนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการศัลยกรรม โดยการนำมาใช้นั้นมีเส้นไหมอยู่หลายชนิดแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แต่งต่างกันออกไป ซึ่งไหมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ เส้นไหมที่ทำมาจาก พอลิไดอ๊อกซาโนน (Polydioxanone หรือชื่อย่อว่า PDO) เป็นเส้นไหมที่ใช้มากในวงการศัลยกรรมการเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเส้นเลือดต่าง ๆ ว่ามีความปลอดภัย ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นไหมที่ละลายได้เองภายใน 6-8 เดือน ไม่มีการทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ภายในร่างกาย ไม่ทำปฏิกิริยาต่อผิวหนังทำให้โอกาสในการแพ้มีน้อย และเกิดประสิทธิภาพต่อผิวหนังเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี

อีกทั้งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่อนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ในการการเย็บแผล เหมาะสำหรับกับกลุ่มบุคคลมีอายุในช่วง 30 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาแล้วต้องการได้รับการแก้ไข และไม่ควรมีผิวหนังที่หย่อยยานมากเกินไป มิฉะนั้นอาจต้องใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษาร่วม ส่วนกลุ่มบุคคลที่ไม่เหมาะต่อการร้อยไหมคืออายุต่ำกว่า 25 ปี เพราะอาจไม่คุ้มและเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายได้

ประเภทของเส้นไหมในการร้อยนั้นมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่

  1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads)

มีลักษณะเป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือปุ่มเกลียว ใช้ร้อยบริเวณหน้าผาก  ใต้ตา และคอ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหนังมีความเต่งตึงได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ได้ช่วยยกกระชับชั้นผิวหนัง

  1. เส้นไหมเกลียว (Screw threads)

มีลักษณะเป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นพันเกลียวเข้ากัน มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่ง มีความแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่เส้นไหมเกลียวจะเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน

  1. เส้นไหมเงี่ยง (Cog threads)

เป็นเส้นไหมเส้นเดียวที่มีเงี่ยงตลอดแนว ช่วยทำหน้าที่ให้เกิดการยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เนื่องจากเงี่ยงทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่ช่วยยกเนื้อเยื่อหรือบริเวณผิวหนังที่หย่อนยาน โดยจะไปกระตุ้นคอลลาเจนให้มีการสร้างขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหมและเงี่ยง เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณคาง หรือปรับโครงหน้าให้เรียว

วิธีการร้อยไหม

ก่อนเริ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดหรือทายาชา จากนั้นจึงนำไหมจากปลายเข็มสอดไปตามบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหมด้วย ถ้าเป็นชนิดไม่มีเงี่ยงจะสอดในแนวระนาบของชั้นผิวหนังแท้ ส่วนชนิดที่มีเงี่ยงจะสอดในระดับบริเวณใต้ชั้นผิวหนัง โดยทิศทางในการร้อยนั้นจะใช้วิธีการร้อยเรียงเส้นไหมสานเป็นร่างแห เกิดแรงตึงบริเวณผิวหน้าทำให้รู้สึกยกกระชับ มีความเต่งตึง ผลที่เห็นได้ชัดหลังทำคือ ผิวหนังหลังการร้อยไหมจะมีอาการช้ำตามแนวการร้อย และบวมแดง แต่หมดกังวลได้เลยเพราะรอยเหล่านี้จะลดลงภายใน 1-2 อาทิตย์

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังร้อยไหม

ก่อนร้อยไหม

ควรศึกษาข้อมูลสถานที่ที่จะใช้บริการให้ดีเสียก่อนว่ามีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ และควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ซักถามประวัติส่วนตัวเกี่ยวกับการแพ้ต่าง ๆ และโรคประจำตัวเช่น หญิงตั้งครรภ์ โรคภูมิแพ้ตัวเอง ไวรัสตับอักเสบ B, C และโรค HIV เป็นต้น เพื่อที่จะได้ประเมินความเสี่ยง แจ้งข้อมูลได้อย่างถูกต้องไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการทำ ความเสี่ยง ผลข้างเคียงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ หากไม่มีอาการข้างต้น เมื่อแพทย์และผู้ใช้บริการพูดคุยลงตัวแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาต่อไป

หลังร้อยไหม

แน่นอนว่าหลังการร้อยไหมจะต้องมีอาการอักเสบและบวมแดงของผิวหนัง แต่สิ่งที่ต้องควรหลีกเลี่ยงหลังจากนั้นคือ งดเว้นการทำเลเซอร์หรือการทำสปานวดผิวหน้าประมาณ 2 อาทิตย์ และไม่ควรนวดผิวหน้าแรงบริเวณดังกล่าวเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน เพราะอาจเกิดผลเสียต่อผิวหน้าได้ จากที่กล่าวในข้างต้นว่าการร้อยไหมนั้นโอกาสแพ้มีน้อย ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้แพ้เลย

แล้วอาการแพ้ไหมละลายของผิวหนังหลังการร้อยเป็นอย่างไร สังเกตได้จากเกิดตุ่มแดง มีอาการบวมตามแนวการร้อย ผิวหน้าทั้งสองข้างกระชับไม่เท่ากัน เป็นรอยแผลเป็นลักษณะคล้ายพังผืด เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ประสาทการรับรู้ช้าหรือบกพร่อง เส้นประสาทใบหน้ามีความเสียหาย ปวดเรื้อรังไม่หายสักที และมีเลือดออก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการแพ้ไหมละลาย เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากการใช้เข็มสอดเส้นไหมเข้าสู่บริเวณผิวหนัง จึงควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ข้อดี

  1. ใช้ระยะเวลาในการน้อยประมาณ 15-30 นาที
  2. เส้นไหมจะละลายจนหมด ไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกาย ทำให้มีความปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ที่มีการไหลไปมา
  3. ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ช่วยปรับโครงหน้าให้เรียวเข้ารูป
  4. เห็นผลได้ชัดทันทีหลังทำ
  5. ไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ เพราะไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการสอดเส้นไหมเข้าบริเวณที่ต้องการ ไม่มีรอยกรีด
  6. ไม่ต้องพักฟื้น หลังการร้อยไหมสามารถทำกิจวัตรได้ปกติเลย
  7. สามารถบำรุงผิวได้ตามปกติ

ข้อเสีย

  1. มีรอยแผลเล็ก ๆ จากเข็มบริเวณที่ทำ แต่ไม่เกิน 1 อาทิตย์รอยเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ ลดเลือนลง
  2. อาจเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้
  3. หากเส้นไหมที่ทำการร้อยไม่ได้คุณภาพ เส้นไหมจะไม่ละลายและจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้มีหนองขึ้นตามรอยไหม
  4. หากการร้อยไหมที่ไม่มีมาตรฐาน จะส่งผลให้เกิดปมไหมได้ และเห็นปลายไหมโผล่ได้ชัดจากไหมทอง ซึ่งจะไม่สามารถทำการแก้ไขหรือเอาออกได้ เพราะว่าทองจะถูกพังผืดที่เกิดขึ้นยึดไว้ หากทำการดึงออกจะส่งผลเสียให้ผิวหนังเสียรูปได้
  5. การร้อยไหมจะเป็นการทำให้ผิวหน้ากระชับ คงรูปอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นจะกลับคืนสู่สภาพเดิม

เนื่องจากการร้อยไหมเพื่อช่วยยกกระชับผิวนั้น ยังไม่มีการรองรับและมีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่แน่ชัดในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแถบทวีปยุโรปว่าจะคงประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยในระยะยาวได้หรือไม่ ดังนั้นจากข้อมูลข้างต้นคงช่วยทำให้ใครหลายคนสามารถตัดสินใจได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ควรรู้ถึงข้อเท็จจริงรายละเอียดต่าง ๆ และตระหนักถึงความปลอดภัยของการร้อยไหมก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้บริการ