สิ่งทีควรรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ Perfectha

อายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ทุกวันแน่นอนว่าย่อมส่งผลเสียต่อผิวพรรณของเราให้เสื่อมสภาพลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผิวหนังของเราเกิดการสูญเสียความยืดหยุ่น หย่อนคล้อยไม่กระชับ มีริ้วรอยร่องลึก ขาดความชุ่มชื้น และมีผิวที่แห้งกร้านแต่ปัญหากวนใจเหล่านี้จะหมดไป เพราะมีผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งคือ “ฟิลเลอร์ Perfectha” ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขผิวของเราให้ดีขึ้น แต่ก่อนอื่นเรามารู้จักความหมายของฟิลเลอร์กันเลย

ฟิลเลอร์

คือ สารเติมเต็มที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาเลียนแบบสารที่มีในเซลล์ผิวหนังของเรา ในปัจจุบันมีฟิลเลอร์อยู่หลายประเภทยกตัวอย่างเช่น คอลลาเจน ไขมัน และซิลิโคน แต่มีสารประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง และได้รับความนิยมมาก ๆ นั่นก็คือสารไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า สารHA มีคุณสมบัติที่ดีจึงมีความเหมาะสมในการถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาผิวหนังของเรา เพราะช่วยในเรื่องฟื้นฟูเติมเต็มผิวในส่วนที่ขาดหายไปของชั้นผิวหนัง ให้กลับมายกกระชับ เต่งตึง ผิวแลดูอ่อนเยาว์ และช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์เนื้อเยื่อเพื่อทดแทนคอลลาเจนในส่วนที่มีร่องที่ลึกตามส่วนต่าง ๆ ให้กลับมาดูตื้นและเรียบเนียนมากขึ้น อีกทั้งฟิลเลอร์ยังมีความปลอดภัย100% ไม่เป็นอันตราย โอกาสแพ้มีน้อยมาก เนื่องจากสามารถสลายไปเองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายอีกด้วย ประเภทของฟิลเลอร์สามารถจำแนกออกได้ 3 ประเภท ดังนี้

  • ฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler)

เป็นฟิลเลอร์ที่เคยได้รับความนิยม แต่เนื่องจากฟิลเลอร์ประเภทนี้ให้ผลลัพธ์แบบถาวร ส่งผลเสียกับตัวผู้ฉีดในระยะยาว มีเช่นมีภาวะแทรกซ้อนกับร่างกาย ไม่ปลอดภัยเพราะไม่สามารถสลายได้เอง ถ้าจะกำจัดออกต้องผ่านการผ่าขูดออกเท่านั้น ฟิลเลอร์ประเภทนี้ได้แก่ ซิลิโคนเหลว น้ำมันพาราฟิน และเม็ดพลาสติกเป็นต้น

  • ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent filler)

เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา สามารถเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อ มีความปลอดภัยระดับปานกลาง คงประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ได้แก่สาร Polymethy-Methacrylate (PMMA) และ สาร Polyakylimide

  • ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler)

เป็นฟิลเลอร์สารไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) จุดเด่นคือมีความปลอดภัยมากกว่าประเภทอื่น ๆ เพราะสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย ไม่พอใจหลังฉีดก็สามารถฉีดให้สลายไปได้ และคงประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด และคุณภาพของฟิลเลอร์ด้วย

Perfectha

เป็นฟิลเลอร์จากฝรั่งเศสที่ได้รับอนุญาตจาก FDA และได้รับการยอมรับทั่วโลกให้สามารถใช้เพื่อเติมเต็มผิวหนังของเรา เพื่อแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ มีความปลอดภัย ด้วยการใช้นวัตกรรม E-Brid Technology ที่ช่วยเพิ่มความหนืด และความยืดหยุ่น ให้กับสาร HA โดยจะปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้เมื่อฉีดฟิลเลอร์สู่ชั้นผิวหนังแล้ว ผิวของเราจะมีความกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่เกิดการเคลื่อนย้ายไปมาของฟิลเลอร์ และยังมีจุดเด่นในเรื่องการโอบอุ้มผิวที่มีความสามารในการอุ้มน้ำได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีปริมาณ HA ที่เข้มข้นสูงทนต่อการถูกทำลายของเอนไซม์ในร่างกาย ช่วยให้คงประสิทธิภาพได้ยาวนานมากขึ้น รวมไปถึงมีการกำจัดสารกระตุ้นก่อมะเร็งในฟิลเลอร์ Perfectha ออกจนหมด ทำให้มั่นใจได้เลยว่ามีความปลอดภัยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ฟิลเลอร์ Perfectha มีอยู่หลายชนิดแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

  • Perfectha Subskin ฉีดบริเวณใต้ผิวหนัง : เหมาะกับริ้วรอยร่องตื้น เช่น บริเวณแก้ม ริ้วรอยใต้ปาก ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวเปลือกส้ม อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
  • Perfectha Derm ฉีดบริเวณผิวหนังชั้นกลาง : เหมาะกับเติมริ้วรอยที่ลึก ริ้วรอยหว่างคิ้ว เติมยกมุมปาก หรือ ริมฝีปาก คงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
  • Perfectha Deep ฉีดบริเวณผิวหนังชั้นลึก : เหมาะกับเติมร่องและริ้วรอยลึก อย่างการเติมร่องแก้ม เติมคาง ยกมุมปากหรือริมฝีปาก คงอยู่ได้นาน 8-12 เดือน
  • Perfectha Fine Lines ฉีดบริเวณผิวหนังตื้น – เหมาะกับเติมริ้วรอยที่ตื้น อย่างริ้วรอยรอบดวงตา ตีนกา และมุมปากคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
  • Perfectha Complement ฉีดบริเวณผิวหนังตื้น : เหมาะกับเติมเต็มริ้วรอยที่ตื้น คงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

ตำแหน่งที่นิยมฉีด

แม้ว่าฟิลเลอร์จะสามารถฉีดได้เกือบทุกจุดบนร่างกายของเรา แต่ในปัจจุบันคนนิยมฉีดที่บริเวณใบหน้ามากกว่า โดยตำแหน่งที่คนนิยมฉีดมีดังนี้

  • ขมับ : ช่วยเติมขมับที่บุ๋ม และช่วยลดริ้วรอยตีนกาได้
  • หน้าผาก : ช่วยให้หน้าผากดูโค้งมน ดูสวยมีมิติ บางคนเชื่อในเรื่องการปรับโหงวเฮ้งส่งเสริมการงาน การเงินและความรัก
  • ใต้ตา : ใช้ฟิลเลอร์ที่มีอนุภาคเล็กฉีด ช่วยให้ใต้ตาที่ดูโทรม หมองคล้ำ กลับมาสดใส และช่วยแก้ปัญหาร่องใต้ตาลึกและกว้างด้วย
  • จมูก : ฉีดให้ปลายจมูกและสันจมูก ดูโด่งสวย มีมิติและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • โหนกแก้มและร่องแก้ม : เพื่อช่วยเติมร่องแก้มที่ดูลึกให้ดูตื้นขึ้น รวมทั้งช่วยให้แก้มกลับมายกกระชับอีกด้วย
  • ริมฝีปากและมุมปาก : ช่วยให้ปากดูสวยอวบอิ่ม เป็นกระจับ พร้อมยกมุมปากที่ตกให้สวยได้รูป
  • คาง : ช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวเป็นวีเชฟมากขึ้น
  • สันกราม : เพื่อช่วยลดเหนียง และปรับให้กรอบหน้าคมชัด โดดเด่น มีมิติมากขึ้น

ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ Perfectha

  1. หนึ่งกล่องมี 3 มิลลิลิตร โดยแยกบรรจุหลอดละ 1 มิลลิลิตร
  2. มีเลขล็อตการผลิตซึ่งจะต้องตรงกันทั้งหมด 4 ตำแหน่งได้แก่ เลขล็อตที่กล่อง, เลขล็อตที่ซอง, เลขล็อตที่หลอด และเลขล็อตที่สติ๊กเกอร์
  3. มีป้ายกำกับภาษาไทยที่ข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ในกล่อง
  4. มีอุปกรณ์เข็มคานูลาขนาด 22 G มีความยาวขนาด 1 นิ้วครึ่ง และเข็มขนาด 21 G อย่างละ 1 เล่ม
  5. Perfectha ใช้เพื่อปรับโครงสร้างของใบหน้า, แก้ม, คาง, สันกราม และผิวหนังบริเวณหลังฝ่ามือ
  6. มีจำนวนอนุภาค 2,000 โมเลกุล/มิลลิลิตร
  7. มีสารไฮยาลูโรนิค เอซิด (Hyaluronic Acid) 20 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร

สิ่งที่ควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

  1. หลังฉีดฟิลเลอร์แพทย์จะให้คนไข้เอากล่องเปล่า หรือหลอดยาเก็บกลับบ้านได้ เพื่อเป็นการยืนยันและเป็นหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้หากมีผลข้างเคียงกับร่างกาย หลังจากผ่านไป 6 เดือน ให้ทำลายกล่องหลอดยาก่อนทิ้ง
  2. งดสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

ห้ามกดนวด หรือใช้มือสัมผัสหนัก ๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะอยู่ ณ ตำแหน่งนั้น การที่เราสัมผัสก็เหมือนไปกระตุ้นให้ฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายไปมาจากบริเวณที่ฉีดได้

  1. หลีกเลี่ยงแสงแดด และความร้อน

หลังฉีดช่วง 48 ชั่วโมงแรกคนไข้ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เจออุณหภูมิที่มีความร้อนสูงอย่างการซาวน่า หรือการรับประทานอาหารอย่าง หมูกระทะ ปิ้งย่าง และชาบู ที่ใบหน้าต้องเจอกับความร้อนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อให้ฟิลเลอร์เซทตัวได้ดีจึงควรหลีกเลี่ยง

  1. งดทำทรีทเม้นท์ผิวหน้า และทำเลเซอร์

สำหรับคนฉีดฟิลเลอร์ใบหน้าควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากจะส่งผลให้ไม่เกิดผลผลลัพธ์ที่ดีตามที่แพทย์วางแผนไว้ หรือ ไม่ได้ผลเลย อีกทั้งอาจสร้างความระคายเคืองให้ผิวอักเสบ ระคายเคืองและยังเสี่ยงต่อปัญหารูปหน้าด้วย

  1. งดทานอาหารเสริม หรือวิตามินบางชนิด

ประเภทน้ำมันปลา วิตามินอี หรือสารสกัดสมุนไพรต่าง ๆ ทั้งก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรงดทาน เพราะสารจำพวกนี้จะให้ผลข้างเคียงกับคนไข้ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะช้ำได้ง่ายกว่าปกติ

  1. งดยาต้านการอักเสบและยาแก้ปวด

ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดยกตัวอย่างเช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน จึงควรหลีกเลี่ยงทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 1 อาทิตย์

  1. งดผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวที่มีส่วนประกอบของกรดผลไม้

ประเภทที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA และ Retinoids ควรงดใช้ชั่วคราว เพราะส่วนประกอบเหล่านี้อาจทำให้ผิวมีการระคายเคืองได้

  1. ควนดื่มน้ำในปริมาณมาก

ด้วยคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่มีความสามารถในการอุ้มน้ำและดูดซึมได้ดี การดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติ จะช่วยให้ฟิลเลอร์มีความอิ่มน้ำ และโอบอุ้มผิวให้ชุ่มชื่นอยู่ได้นานดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นตามไปด้วย

  1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

แอลกอฮอล์จะทำให้เลือดในร่างกายสูบฉีด อาจทำให้มีเลือกออกบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้ ส่วนการสูบบุหรี่นั้นกรณีคนฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก อาจส่งผลให้ปากของเราได้รับผลเสีย เกิดการผิดรูปลักษณ์ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลทางอ้อมด้วยถ้ามีอาการมึนเมาก็อาจเผลอเอามือไปสัมผัสให้ช้ำได้ จากข้อมูลที่เอามาฝากกันคงทำให้หลายคนรู้จักฟิลเลอร์ Perfectha กันมากขึ้นนะ แต่เพื่อความแน่นอนแนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเลยจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ดีกับตัวคุณ