สวยครบเห็นผลไวไปกับUlthera

ยิ่งช่วงวัยใกล้แตะเลข 30 หรือ 30+ ขึ้นไปเราควรจะต้องใส่ใจและพิถีพิถันกับผิวพรรณของเราให้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งใบหน้าหรือตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะเมื่ออายุของเราเพิ่มมากขึ้นคอลลาเจนก็จะลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวของเราเสื่อมโทรมตามไปด้วย ฉะนั้นวันนี้เราเลยมีนวัตกรรมตัวหนึ่งที่จะมาช่วยกู้ผิวให้ดูอ่อนเยาว์เพิ่มมากขึ้นก็คือ การทำ ulthera ซึ่งเป็นตัวช่วยยกกระชับผิวของเราที่เห็นผลไว และคุ้มค่าเหมาะกับสาว ๆ หลายคนอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างเรามาดูกันเลย

Ulthera คืออะไร?

Ulthera หรือบางคนเรียกว่า Ultherapy เป็นพลังงานคลื่นเสียงที่มาในรูปแบบ High Intensity Focused Ultrasound ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความทันมัยและได้รับความนิยมจึงถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงามในการช่วยยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) ลดเลือนริ้วรอย ผิวเรียบเนียน และช่วยกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจนภายในชั้นผิวหนังเช่น บริเวณผิวหน้า หน้าผาก คาง ลำคอและเนินอก โดยหลักการทำงานของเครื่อง Ulthera ก็คือ เครื่องจะทำงานด้วยการส่งพลังงานคลื่นขนาดเล็กจำนวนมากเข้าสู่ผิวหนังชั้นที่ลึกสุด ( Selective delivery of acoustic energy ) เพื่อต้องการให้เกิดการยกกระชับขึ้นในผิวชั้น SMAS นั่นเอง และเมื่อชั้น SMAS ถูกกระตุ้นก็จะเกิดการหดตัวทำให้ชั้นผิวหนังที่หย่อนคล้อยกลับมายกกระชับ ผิวมีความเรียบเนียน อิ่มฟู และริ้วรอยดูจางลงด้วย

ลักษณะเด่นของการทำ Ulthera

ทั้งคนไข้และแพทย์จะมองเห็นภาพรายละเอียดในชั้นผิวผ่านหน้าจอเครื่องได้จากการอัลตร้าซาวด์ จึงทำให้ในขณะทำการรักษาแพทย์สามารถปรับระดับคลื่นให้เหมาะสมกับสภาพผิวไปพร้อม ๆ กับทำการยกกระชับผิวหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและแน่นอนกว่าวิธีอื่น ๆ เพราะมีความปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ต้องใช้เข็มสอดหรือฉีดแบบการร้อยไหมกับการฉีดฟิลเลอร์ อีกทั้งโอกาสในการแพ้มีน้อยทำให้มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยแน่นอน ที่สำคัญเลย หลังทำไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน สามารถเดินทางกลับบ้านและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย

ใครเหมาะที่จะทำ Ulthera

  • คนที่มีอายุระหว่าง 30ปีขึ้นไปที่ผิวเริ่มสังเกตุได้ถึงความเสื่อมโทรม ริ้วรอยที่ปรากฎอย่างเห็นได้ชัด
  • คนที่มีไขมันที่แก้มไม่เยอะ แต่ต้องการเพิ่มให้ยกกระชับ
  • คนที่ต้องการลดเหนียง เพื่อให้เห็นกรอบหน้าและสันกรามชัดมากขึ้น
  • คนที่มีปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย หางตาตก
  • คนที่อยากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลึก เพื่อฟื้นฟูบำรุงผิวให้ดีขึ้น
  • คนที่มีเวลาในการดูแลผิวไม่มาก แต่ต้องการการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก
  • คนที่เคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน แล้วมีความต้องการอยากจะยกกระชับมากขึ้น
  • คนที่มีเวลาพักฟื้นหลังทำไม่นาน

ข้อควรปฏิบัติก่อน-หลังทำ

ก่อน

  • หาคลินิกที่จะรักษาโดยต้องเป็นคลินิกที่ได้รับการับรองมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ สามารถหารีวิวของคนที่เคยทำมาก่อนหน้านี้อ่านได้ อีกทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องมีทักษะและประสบการณ์
  • พูดคุยปรึกษาแพทย์ถึงปัญหาผิวพร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ให้แพทย์ทราบ เพื่อที่จะได้วางแผนแก้ไขและต้องไม่ลืมแจ้งโรคประจำตัวกับประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบด้วย
  • ไม่จำเป็นต้องงดพวกวิตามินอี ยา อาหารเสริม และสารสกัดสมุนไพรอย่างโสมเหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์ การฉีดโบท็อก และการร้อยไหม

หลัง

  • ช่วงแรกหลังทำอาจมีอาการผิวแห้งที่เกิดจากการทายาชา เป็นผลทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้นแต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเราสามารถบำรุงผิวด้วยครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นอย่างพวกมอยเจอร์ไรเซอร์ได้ รวมไปถึงสามารถแต่งหน้าและทาครีมกันแดดได้ตามปกติเลย
  • จะมีอาการบวมเกิดขึ้นซึ่งหากมีอาการแบบนี้ ก็สามารถประคบเย็นหรือทานยาแก้ปวดอย่าง ยาพาราเซตามอล เพื่อให้บรรเทาได้ และอาการก็จะลดลงภายใน 2-3 วันหลังทำ
  • ควรหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดด หรือ กิจกรรมที่ต้องเจอความร้อนเป็นเวลานาน ๆ หลังทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์ได้แก่ การอบไอน้ำ การซาวน่าเป็นต้น
  • งดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง หรือ ครีมผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้
  • งดเอามือไปสัมผัสผิวหน้าหนัก ๆ ในช่วงหลังทำ หรือทำกิจกรรมที่ต้องสัมผัสผิวหน้าเช่น การทำนวดหน้า และการทำเลเซอร์เป็นต้น
  • ในช่วงเวลาพักผ่อนแนะนำให้นอนหมอนสูง ไม่ควรนอนคว่ำหรือตะแคงให้ทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำเปล่า
  • ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นการทานยา และการนัดติดตามผลหลังทำ

ขั้นตอน

  1. แพทย์จะตรวจเช็คใบหน้า จากนั้นทำความสะอาดใบหน้าตามด้วยทายาชาทิ้งไว้สักพักประมาณ 30 นาที
  2. ทำการรักษาด้วยเครื่อง Ulthera โดยจำนวนช็อตที่ใช้ยิงสู่ชั้นผิวหนัง ส่วนมากหากทำทั่วใบหน้าและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจะอยู่ที่ประมาณ 400 ช็อตขึ้นไป
  3. เวลาที่ใช้ในการรักษาประมาณ 60-90 นาที แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
  4. ในระหว่างทำเราจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวว่าถูกกระตุ้นและยกตัวขึ้นในระดับหนึ่งเลย
  5. ขั้นตอนสุดท้ายหลังทำเสร็จก็ตรวจรับยา รับฟังการให้คำแนะนำดูแลผิวหลังทำจากแพทย์ ก็สามารถเดินทางกลับบ้านทำกิจวัติประจำวันได้เลย

Ulthera กี่วันถึงเห็นผล?

หลังทำจะเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่แรก ๆ เลยพอผ่านไป 3 วันผิวหน้าเริ่มรู้สึกได้ถึงความยกกระชับ ความอิ่มฟู ความแน่นตัวของผิว และจะยิ่งเห็นผลชัดเจนมากขึ้นอีกประมาณ 2-3 เดือน

ข้อดี-ข้อเสียการทำ Ulthera

ข้อดี

  • ได้ใบหน้าที่ยกกระชับ ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึกใต้ตา ร่องแก้มที่ลึกก็ดูตื้นขึ้น อันเกิดจากการที่ผิวชั้น SMAS หดตัว
  • ผิวมีความเรียบเนียน อิ่มฟู รูขุมขนดูเล็กลง ผิวแลดูอ่อนเยาว์ที่เกิดจากการส่งผ่านพลังงานคลื่นไปยังชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่
  • ช่วยลดเหนียงบริเวณใต้คาง ให้สันกรามและกรอบหน้าดูเด่นชัด ปรับรูปหน้าเรียววีเชฟมากขึ้น
  • ช่วยให้เนื้อแก้มที่หย่อนคล้อยตก เริ่มยกกระชับขึ้น ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • มีความปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
  • ไม่ก่อให้เกิดการทำลายชั้นผิวหนัง เพราะเป็นพลังอัลตร้าซาวด์ที่ไม่รุกรานผิวให้เสียหาย
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน ทำเสร็จก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย
  • หากอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุก 1-2 ปี ก็จะได้ผิวที่อ่อนเยาว์สวนทางกับอายุเพิ่มมากขึ้น
  • การทำ Ulthera ทำเพียงแค่ 1 ครั้ง/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับการทำHIFU จะต้องทำประมาณ 3-4 ครั้ง/ปี

ข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ก่อนทำการรักษาต้องทายาชา ที่อาจส่งผลให้เกิดรอยแดงขึ้นได้ในบางคน แต่รอยก็จะลดเลือนลงภายใน 1 ชั่วโมง
  • ในระหว่างรักษาใบหน้าของเราที่ได้รับพลังงานคลื่นนั้น จะให้ความรู้สึกเหมือนมีของแหลมเล็ก ๆ ทิ่มหรือรู้สึกอุ่น ๆ ที่บริเวณผิวหนัง ทำให้บางคนอาจรู้สึกเจ็บได้
  • มีอาการบวมแดงในบางคน ซึ่งก็จะบรรเทาลงภายใน 1 สัปดาห์
  • หากแพทย์ขาดประสบการณ์ความชำนาญ ก็อาจทำให้ใบหน้าเบี้ยวผิดรูปลักษณ์ได้ เนื่องจากบริเวณใบหน้ามีเส้นประสาทอยู่เยอะ
  • การทำ Ulthera จะให้ผลลัพธ์อยู่ได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นก็คืนสู่สภาพเดิม แต่ก็สามารถรักษาเพิ่มเติมได้

ถึงแม้การทำ Ulthera จะมีราคาสูงแต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน ซึ่งเราจะค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ยกกระชับขึ้นไปทีละนิดอย่างเป็นธรรมชาติ และนอกจากจะช่วยยกกระชับผิวแล้วยังทำให้ได้ผิวที่ดูสวยใส สุขภาพดีเหมือนคนนอนหลับเต็มอิ่ม มั่นใจกล้าที่จะเผยความงามได้ในทุกอิริยาบถเลย หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาฝากจะเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ หลายคนกันได้นะ