ยกกระชับใบหน้าด้วยเทคนิค Thermage หรือ Botox ดี

Thermage กับ Botox คืออะไร

Thermage (เทอร์มาจ) คือ เทคโนโลยีการใช้คลื่นวิทยุความถี่แบบขั้วเดียวลงลึกสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (SMAS) โดยคลื่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานคอลลาเจนและอิลาสตินที่หย่อนคล้อยให้หดตัว ซึ่งเกลียวเส้นใยจะยึดกับเนื้อเยื่อ เพื่อให้ผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่นและกระชับได้ดีอีกครั้ง การกระชับผิว (Lightening) สามารถทำได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย โดยไม่ต้องอาศัยวิธีการผ่าตัด ไม่ต้องเจออาการเจ็บปวดใด ๆ

Botox (โบท็อกซ์) คือ เทคโนโลยีในการปรับรูปหน้าและการลดเลือนริ้วรอย ซึ่ง Botox นั้นเป็นชื่อเรียกทางการค้า มีสารสกัดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ที่เรียกว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ในปัจจุบันการฉีด Botox เป็นวิธีที่ได้รับนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้ที่ฉีดจะเห็นผลของความกระชับ รูขุมขนตื้นขึ้น ผลิตภัณฑ์จาก Botox นั้นมีหลายยี่ห้อ จะมีปริมาณสาร ขนาดโมเลกุล และความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกัน ทำให้คุณสมบัติและราคาแตกต่างกันไปด้วย เช่น อัลเลอร์แกน (Allergan) ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ดิสพอร์ต (Dysport) ผลิตในประเทศอังกฤษ ซีโอมิน (Xeomin) ผลิตในประเทศเยอรมนี ส่วนนูโรน็อกซ์ (Neuronox) โบทูแล็กซ์ (Botulax) และนาโบตะ (Nabota) ผลิตในประเทศเกาหลี ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยแล้ว

หลักการทำงาน

Thermage : คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งความร้อนคงที่ไปยังชั้นใต้ผิวหนัง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อยกกระชับผิว ดูอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอก การรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

Botox : โดยจะฉีด Botox เข้าไปในบริเวณที่ต้องการรักษา สาร Botox จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลังสารสื่อประสาทที่กล้ามเนื้อส่วนนั้นได้ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว (เป็นอัมพาตชั่วคราว) หลังฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น การรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 6–8 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดตัวกลับมาเป็นสภาพเดิม

เหมาะกับใคร

Thermage : เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย มีไขมันบริเวณหน้า หน้าผากมีริ้วรอย หนังตาหรือหางคิ้วตก ร่องแก้มลึก หรือบริเวณที่มีเซลล์ลูไลท์ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง

Botox : เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ยกกระชับ ริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา รวมทั้งยังช่วยลดเหงื่อบริเวณมือและรักแร้ที่ออกมากผิดปกติ

ข้อดี

Thermage :

  • หลังทำเห็นผลทันทีประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ภายใน 6 เดือน การรักษาอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี
  • ในแต่ละครั้งจะใช้เวลาการรักษาไม่นานมาก ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • ไม่พบบาดแผลหลังทำ ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติหรือกลับมาทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ทันที
  • การทำ Thermage สามารถทำได้กับทุกสีผิวด้วยการรักษาเพียงครั้งเดียว เช่น ผู้ที่มีผิวเข้ม ซึ่งต่างจากเลเซอร์ทั่วไปที่ต้องทำซ้ำ 3-4 ครั้ง จึงจะเห็นผล
  • สามารถทำซ้ำได้ปีละ 1 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวนั้นมีสภาพผิวที่ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • Thermage นั้นถูกพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าในระยะยาวจะไม่เกิดผลข้างเคียง

Botox :

  • เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ภายในประมาณ 1 เดือนหลังทำ
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ราคาที่จับต้องได้ ไม่แพงมากเกินไป ซึ่งปัจจุบันนั้นผลิตภัณฑ์จาก Botox ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมนี และประเทศเกาหลี จะมีคุณสมบัติ การออกฤทธิ์ และราคาที่แตกต่างกัน
  • Botox นั้นปลอดภัย เนื่องจากมีการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) และงานวิจัยออกมามากมายเกี่ยวกับการใช้ในด้านความงามหรือสามารถใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้อีก อาทิเช่น อาการหนังตากระตุก กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง และไมเกรน การใช้ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ข้อเสีย

Thermage : มีผลข้างเคียงเล็กน้อยอย่างเช่น อาการแดง บวม ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงหลังทำอาการเหล่านี้จะหายไปเอง หรือในบางรายอาจอาการของผิวไหม้ได้

Botox : ผลข้างเคียงที่สามารถพบได้ทั่วไปหลังฉีด อาการจะเกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ แล้วจะหายไปเอง เช่น

  • อาการปวดศีรษะหรือปวดในบริเวณที่ฉีด
  • การเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น (อาหารที่แข็งและเหนียว) เพราะจะมีการขยับของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะทำให้มีความหนืดมากขึ้น
  • บางรายอาจมีข้อต่อของขากรรไกรที่ไม่แข็งแรงเท่าเดิม
  • ใบหน้าทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เวลายิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือหางตาตก เนื่องจากการฉีด Botox ในปริมาณมากเกินไป
  • ผู้ที่มีเนื้อแก้มเยอะอยู่แล้ว หลังฉีดจะหน้าเรียวขึ้น แต่อาจมีปัญหาของเนื้อแก้มห้อยคล้อยลงมา
  • การฉีด Botox จะอยู่ไม่ถาวร ในการฉีด 1 ครั้ง สารนี้สามารถสลายไปได้เองภายในเวลาประมาณ 6 เดือน ถ้าหากต้องการผลลัพธ์ที่อยู่บนใบหน้าต้องเข้ามาทำการฉีดได้เป็นระยะ ๆ
  • นอกจากข้อดีที่กล่าวมาแล้ว การใช้สาร Botulinum toxin A ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสารนั้นมีความเป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) หากได้รับในปริมาณมาก เช่น ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้

***ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีด อาจเกิดจากการปฏิบัติตัวหลังทำอย่างถูกต้อง หรือแพทย์ขาดประสบการณ์

วิธีการดูตัวเองก่อนและหลังทำ

Thermage : ก่อนทำไม่ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ ส่วนหลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ควรใช้ครีมบำรุงผิว ทาครีมกันแดด หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ

Botox :

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินผิวหนังเกี่ยวกับบริเวณที่จะฉีด ก่อนฉีดต้องเตรียมตัวตามนี้
  • งดรับประทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่นยาแอสไพริน (Aspirin) ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs, NSAIDs)  วิตามินซี น้ำมันตับปลา แปะก๊วย
  • งดการสัมผัสสกับความร้อนอย่างเช่น แสงแดด
  • งดรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด หรืออาหารหมักดอง เพราะสารที่มีอยู่ในอาหารจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวได้ เช่น มะม่วงดองหน่อไม้ดอง ปลาร้า
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน

หลังจากฉีด Botox แล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น

  • ควรบริหารกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีด เช่น การเคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 30 นาที เป็นต้น
  • งดนอนราบในช่วง 3 ชั่วโมงแรก ให้นอนหงายหนุนหมอนสูง เพราะ Botox อาจไหลไปในบริเวณจุดต่าง ๆ
  • งดการนวด กด บีบ คลึง บริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง จะทำให้ Botox กระจายไปในบริเวณหน้าผากหรือหางคิ้ว อาจทำให้บริเวณนั้นตึงหรือชี้ขึ้นได้
  • 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนมาก ๆ เช่น การประคบร้อน การทำ Laser และลมร้อนจากไดร์เป่าผม
  • หากมีอาการบวม แดง หรือช้ำ ใน 1-2 วันแรก ให้ใช้ความเย็นประคบได้ (ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นจากการใช้เข็มฉีดยา)

ข้อควรระวัง

Thermage :

  • สำหรับการรักษาแบบ Thermage จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุมาก มีสภาพผิวที่หย่อนคล้อยมาก ๆ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวในบริเวณที่มีอุปกรณ์เทียมเป็นโลหะ เช่น โรคหัวใจ จะมีการใช้ Pacemaker
  • ผู้ที่เป็นโรคงูสวัดหรือโรคเบาหวาน
  • หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ระหว่างการให้นมบุตร

Botox :

  • กรณีไม่ควรฉีด คือ ผู้ที่มีความผิดปกติระบบประสาทและทางกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis, ALS)
  • หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงสารเคมี เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่หรือบุตรได้

ราคา

Thermage : การทำ Thermage ราคาขึ้นอยู่กับบริเวณหรือตำแหน่งที่ทำ ซึ่งแต่ละคนจะใช้จำนวน Shot แตกต่างกัน ราคามีตั้งแต่ 30,000–100,000 บาท

Botox : Botox 1 ขวด มีขนาด 100 ยูนิต ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อและค่าบริการของแต่ละคลินิกหรือสถานพยาบาล ราคามีตั้งแต่ 7,000–30,000 บาท