ความแตกต่างระหว่าง Thermage กับร้อยไหม

การรักษาด้วยเทอร์มาร์จ (Thermage) คือ การใช้ความถี่ของคลื่นวิทยุ ส่งพลังงานลงไปกระตุ้นชั้นใต้ผิวหนัง ได้ตั้งแต่ระดับชั้น Dermis จนถึงชั้น SMAS จะช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่ไม่กระชับให้กลับมาหดตัว ซึ่งเกลียวที่ขึงเนื้อเยื่อจะเกิดความยืดหยุ่นได้ดีขึ้น สามารถยกกระชับได้ทั้งบริเวณผิวหน้าและผิวกาย โดยไม่ต้องศัลยกรรมหรือผ่าตัด

การร้อยไหม (Thread Lift) คือ การใช้เทคนิคพิเศษเพื่อยกกระชับหรือปรับรูปหน้า เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ จะใช้เส้นไหมที่สลายตัวได้เอง จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลค้างเคียงได้ภายหลัง การรักษาจะมีแผลเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทางเข้าของเส้นไหม สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 80 % หลังทำ การรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นกับชนิดไหม ความยาวไหม และเทคนิคของแพทย์ในการร้อยไหม

หลักการทำงาน

  • Thermage : การรักษาด้วย Thermage จะใช้คลื่นวิทยุส่งพลังงานความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) โดยจะทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังระดับของชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ลงลึกประมาณ 4.3 มิลลิเมตร ค่าพลังงานเฉลี่ยที่ใช้ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และยังทำให้เกิดการกระชับของผิว (Lightening) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
  • ร้อยไหม : จะใช้เข็มสเตอไรด์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อทางการแพทย์แล้ว เพื่อนำเส้นไหมเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งไหมที่ใช้จะเป็นเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากมาร้อยเรียงเป็นตาข่าย การร้อยไหมจะไปกระตุ้นให้ชั้นผิวเกิดการอักเสบ เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ จะไปกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหม ทำให้เกิดการดึงรั้งบริเวณผิวหน้า รวมทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้หล่อเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย การรักษาจะใช้ยาชาเพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น

ชนิดของเส้นไหมที่นิยมใช้ในการร้อยไหม ทั้ง 3 แบบ

  1. ไหมเรียบ (Mono threads)มีลักษณะเป็นเส้นเรียบ ๆ จะใช้ร้อยบริเวณหน้าฝาก ใต้ตา และลำคอ เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาหย่อนคล้อยมาก ช่วยในเรื่องของความเต่งตึง
  2. ไหมเกลียว (Screw threads)มีลักษณะเป็นเส้นเดียวหรือสองเส้นม้วนเป็นเกลียว เหมาะสำหรับการเติมเต็มบริเวณผิวหนังที่ยุบหรือเป็นแอ่ง เส้นไหมจะมีผิวสัมผัส 2 ด้าน จึงทำให้มี พื้นที่การสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น และมีความแข็งแรงกว่าไหมเรียบ ช่วยยกชั้นผิวหนังที่หย่อนคล้อยได้
  3. ไหมเงี่ยง (Cog threads)มีลักษณะเป็นเส้นเดียวที่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม โดยเงี่ยงเกิดจากการใช้เลเซอร์ตัดเส้นไหม ซึ่งจะช่วยยึดเกาะในชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบแนวไหม เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณใบหน้าให้เรียวขึ้น

วัสดุไหมที่นำมาร้อยมี 3 ชนิด

  1. Polydioxanone (PDO) เป็นที่นิยมในช่วงแรก ๆ เนื่องจากไหมมีความยืดหยุ่น และสามารถสลายตัวได้เร็วภายใน 6-8 เดือน
  2. Poly L Lactic Acid (PLLA) จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่เพิ่มขึ้น ไหมจะสลายตัวภายใน 14-18 เดือน
  3. Polycaprolactone (PCL) เส้นไหมมีความเหนียวและความแข็งแรง การสลายตัวของเส้นไหมภายใน 16-24 เดือน จึงมีผลลัพธ์อยู่บนใบหน้าได้นานกว่าไหมชนิดอื่น

และวัสดุที่นำมาทำเส้นไหมทั้ง 3 ชนิด ต้องผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทั้งภายในและต่างประเทศ จึงจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง

เหมาะกับใครบ้าง

Thermage : เหมาะสำหรับผู้ที่อายุ 40 ขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องแก้มลึก หนังตาหรือหางคิ้วตก และสามารถทำในบริเวณลำตัว เช่น ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่นที่หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา

ร้อยไหม : เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยมาก ๆ หน้าบาน กรอบหน้าไม่ชัด

ข้อดี

Thermage :

  • การรักษาใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะเห็นผลของการยกกระชับทันทีประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นสภาพผิวจะดีขึ้นอย่างเต็มที่หลังจากการรักษาประมาณ 6 เดือน
  • ระยะเวลาของผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
  • การรักษาต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง จะช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อเป็นการชะลอวัยได้ในระยะยาว
  • จะไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยใด ๆ ปรากฏหลังการรักษา
  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือกลับมาทำงานได้ทันที
  • Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการพัฒนาและปรับปรุง จึงมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้ว่าจะแสดงผลข้างเคียงในระยะยาว

ร้อยไหม :

  • เส้นไหมที่นำมาใช้มีความปลอดภัย ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา จะสลายตัวหมดภายในระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยไม่มีสารตกค้าง
  • เห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา การร้อยไหมบริเวณใต้พื้นผิวจะช่วยให้ผิวกระชับและตึงขึ้นทันที
  • เทคนิคการร้อยไหมที่เหมาะสมและถูกต้อง จะไม่เกิดผลข้างเคียงอย่าง อาการเจ็บ บวมหรือช้ำที่มากจนเกินไป
  • ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นเป็น V shape ด้วยการใช้เข็ม ไม่ใช่การศัลยกรรมหรือผ่าตัดที่ต้องใช้มีด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • สามารถทำการรักษาควบคู่กับการเติมโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ในบางบริเวณ

ข้อเสีย

Thermage 

  • อาการแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ เพราะการส่งพลังงานคลื่นจึงทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวหนัง อาการจะหายได้หลังทำไม่กี่ชั่วโมง ไม่ถึงขั้นต้องพักฟื้นนาน ๆ
  • อาการผิวไหม้กรณีนี้เกิดจากขั้นตอนในการรักษา ดังนั้นต้องให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้รักษา

ร้อยไหม 

  • ควรเลือกไหมที่มีประสิทธิภาพดี ไม่ขาดหรือเปราะง่าย การร้อยไหมเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความชำนาญ จึงต้องเลือกชนิดของเส้นไหมที่เหมาะสม
  • ผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น อาการตึง บวม ช้ำ แดง บริเวณที่ร้อยไหม เพราะต้องใช้เข็มแทงเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง จะหายได้เองประมาณ 4-10 วัน  ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
  • อาจเกิดรอยยุบบนใบหน้า จะหายไปเองประมาณ 1 เดือน หลังทำ
  • บางกรณีอาจมีเส้นไหมทะลุโผล่ออกมานอกผิวหนัง ซึ่งไหมยังสลายตัวไม่หมด ผิวจึงผลักไหมออกหรือบริเวณที่ร้อยไหมขาดความยืดหยุ่น ห้ามดึงออกเอง ควรให้แพทย์ดึงออกให้ (พบได้ประมาณ 1 % เท่านั้น)

ข้อปฏิบัติก่อนและหลังทำ

Thermage 

  • หลีกเลี่ยงการรักษาในผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้ โรคเบาหวาน โรคงูสวัด โรคหัวใจที่ต้องติดอุปกรณ์โลหะ และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • สามารถทาครีมบำรุง หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดด หรือควรทาครีมกันที่มีค่า SPF สูง ๆ ทุกครั้ง
  • หากต้องการรับรักษาซ้ำ ก็สามารถทำได้ทุกช่วงเวลา

ร้อยไหม 

ก่อนทำ

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวและอาการแพ้ยา ควรเข้ารับการปรึกษาและแจ้งอาการดังกล่าวก่อน
  • งดทานยาและอาหารเสริม เช่นยาในกลุ่ม แอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำการรักษา
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์

หลังทำ

  • หากมีอาการเจ็บ บวม ตึง บริเวณที่รักษา ควรประคบเย็นหรือทานยาเพื่อลดการอักเสบได้
  • งดล้างหน้าหลังทำอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และงดการนวดหรือขัดบริเวณที่ร้อยไหม
  • เพื่อป้องการการอักเสบหรือการติดเชื้อ ควรงดแต่งหน้าหลังทำ 1-2 วัน
  • ควรนอนในท่าตะแคง นอนหงาย เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ทำ ควรงดการนอนคว่ำ
  • งดการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเยอะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสาร AHA, BHA และ Retinoid
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด และควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง
  • ห้ามรับการรักษาด้วยเลเซอร์ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  • งดทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี

 ราคา

Thermage : ราคาจะค่อนข้างสูง มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ แต่การทำ Thermage ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ซึ่งทำเพียง 1 ครั้ง ก็สามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน

ร้อยไหม : มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น จะขึ้นกับชนิดไหม ความยาวของไหม รวมถึงคลินิกหรือสถานพยาบาล และความชำนาญของแพทย์ด้วย