ความแตกต่งระหว่าง Ulthera VS Botox

ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นผิวหนังก็เริ่มส่งสัญญาณแห่งการเสื่อมโทรมปรากฎให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า ที่ล้วนสร้างความกังวลใจให้กับสาว ๆ หลายคนเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาเหล่านี้มาจากการที่เรามีอายุที่มากขึ้น ร่างกายจึงสังเคราะห์คอลลาเจนได้น้อยลงทำให้ผิวของเราเสื่อมโทรมลงไปด้วย

ปัจจุบันสาว ๆ หลายคนจึงหันมาหาตัวช่วยเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ในชั้นผิวหนังสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ก็คือการทำ Ulthera ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยถูกนำมาใช้ในวงการเสริมความงามกันอย่างแพร่หลาย

แต่ก็มีเทคโนโลยีอีกประเภทหนึ่งคือ การฉีด Botox ที่สามารถช่วยกู้ปัญหาผิวให้กลับมาดีได้เช่นกัน และทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันยังไงเรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

การทำ Ulthera หรือ Ultherapy

คือ การใช้พลังงานคลื่นเสียงแบบ High Intensity Focused Ultrasound ที่มีความทันสมัยและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะช่วยแก้ไขปัญหาผิวหนังที่เสื่อมโสมได้อย่างตรงจุด ให้ผิวของเรากลับมายกกระชับ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกให้ดูเรียบเนียนและตื้นขึ้น อีกทั้งยังรวมไปถึงช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนภายในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวของเราดูดีเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีความปลอดภัย โอกาสในการแพ้มีน้อย

หลักการทำงานของเครื่อง Ulthera

คือ เครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่นขนาดเล็กเป็นจำนวนมากตรงเข้าสู่ชั้นผิวหนังในส่วนที่ลึกสุด ( Selective delivery of acoustic energy ) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างผิวหนังให้ชั้น SMAS เกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวหนังเกิดการยกกระชับ มีความเรียบเนียน และแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

อีกทั้งในระหว่างทำการรักษาแพทย์กับคนไข้จะเห็นภาพถ่ายผ่านหน้าจอเครื่อง และยังสามารถปรับระดับคลื่นให้เหมาะสมไปพร้อม ๆ กับทำการยกกระชับผิวได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีอื่น ๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงดูดีและเห็นผลได้ชัดทันทีหลังทำ

การทำ Ulthera เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยประมาณ 30-60 ปี
  2. ผู้ที่อยากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นที่ลึกเพื่อฟื้นฟูบำรุงผิว
  3. ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก แต่ไม่มีเวลา
  4. ผู้ที่มีหนังตาหย่อนคล้อย หางตาตก
  5. ผู้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะแล้วต้องการอยากให้ยกกระชับ
  6. ผู้ที่ต้องการลดเหนียงแล้วอยากให้เห็นสันกรามและกรอบหน้าชัดขึ้น
  7. ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นไม่นาน
  8. ผู้ที่เคยผ่าตัดมาก่อนแล้วต้องการอยากจะยกกระชับเพิ่มขึ้น

การฉีด Botox

โบท็อก (Botox) หรือ Botulinum toxin A เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเชื้อประเภทนี้หากเราได้รับมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดอาหารเป็นพิษ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้นควรรับมาในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า

ในปัจจุบันวงการเสริมความงามได้มีการนำโบท็อกมาใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติช่วยให้ใบหน้าดูเรียว ผิวกระชับ ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณใบหน้า ลำคอ ไปจนถึงลดขนาดกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เกิดการคลายตัวและเล็กลงได้ด้วยเช่น บริเวณสันกรามและน่องขาเป็นต้น

อีกทั้งระยะเวลาในการทำก็ไม่นาน สะดวกรวดเร็ว เห็นผลได้ชัดในเวลาไม่ถึงสัปดาห์และให้ผลคงอยู่ได้ 6-8 เดือน ทำให้สาว ๆ หลายคนจึงหันมาฉีดโบท็อกเป็นจำนวนมากไม่แพ้การรักษาประเภทอื่น ๆ เลย

การฉีด Botox เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัดจากการอากรับกิริยาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยรอบดวงตา ตีนกา ปาก และลำคอเป็นต้น
  • ผู้ที่มีกรามใหญ่อยาให้ใบหน้าดูเรียว เป็นวีเชฟมากขึ้น
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อที่น่องเป็นก้อนเพื่อให้คลายตัวและเล็กลง

ขั้นตอนการทำ

Ulthera

  • หาคลินิกที่จะใช้บริการ โดยจะต้องมีความน่าเชื่อ ได้มาตรฐานและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์
  • แจ้งความประสงค์ที่ต้องการ รวมถึงโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยาให้แพทย์ประเมิณและตรวจเช็คใบหน้า
  • วันนัดก่อนทำแพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้า ตามด้วยทายาชาทิ้งไว้สักพัก
  • เข้าสู่ขั้นตอนการรักษาด้วยเครื่อง Ulthera เพื่อทำการกระชับผิว
  • เวลาในการทำประมาณ 60-90 นาที แต่ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
  • ในขณะทำจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง โดยแพทย์จะทำไปเพียงข้างเดียวก่อน จากนั้นจะให้คนไข้ดูเพื่อเปรียบเทียบข้างที่
  • ทำและไม่ได้ทำ เพื่อให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
  • หลังทำเสร็จก็จะเห็นผลทันที และเริ่มเห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้นประมาณ 2-3 เดือน
  • ขั้นตอนสุดท้ายรับยาและรับฟังคำแนะนำการดูแลหลังทำจากแพทย์ ก็สามารถเดินทางกลับบ้านทำกิจวัติได้ตามปกติเลย

Botox

  • วิธีการขั้นต้นก็จะคล้ายกับการทำ Ulthera เลยก็คือ ประเมินใบหน้า ทำความสะอาดผิว และทายาชาทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างหรือเช็ดออก
  • เข้าสู่ขั้นตอนการฉีด ซึ่งจำนวนเข็มก็ขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าของแต่ละคนด้วย
  • เวลาที่ใช้ประมาณ 15-30 นาที จากนั้นก็รับฟังคำแนะนำดูแลตัวเองหลังทำกับแพทย์ ก็เดินทางกลับบ้านได้เลย

วิธีการดูแลตัวเองหลังทำ
Ulthera

  1. ในช่วงแรกผิวอาจมีความแห้ง เนื่องจากยาชาที่ทาทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น แต่สามารถบำรุงผิวด้วยครีมที่เพิ่มความชุ่มชื้นได้ รวมถึงสามารถแต่งหน้าและทาครีมกันแดดได้ด้วยเช่นกัน
  2. อาจมีอาการบวมได้ในบางคน ก็สามารถประคบเย็นหรือทานยาแก้ปวดอย่าง ยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาได้ ซึ่งบรรเทาลงภายใน 2-3 วัน
  3. เลี่ยงเจอแสงแดด หรือ ความร้อนเป็นเวลานาน ๆ หลังทำประมาณ 1 สัปดาห์เช่น การซาวน่าและการอบไอน้ำ
  4. งดทาครีมกลุ่มไวท์เทนนิ่ง หรือ ครีมผลัดเซลล์ผิวประมาณ 1 สัปดาห์
  5. งดสัมผัสผิวหน้าหนัก ๆ หลังทำเช่น การนวดหน้า การทำเลเซอร์
  6. เวลานอนแนะนำให้นอนหมอนสูง ไม่ควรนอนคว่ำหรือตะแคง
  7. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นการทานยา และการนัดติดตามผลหลังทำ

Botox

  1. ในชั่วโมงแรกให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
  2. ประคบเย็นจุดที่บวมทุก ๆ 1 ชั่วโมงจบอาการบวมลดลง
  3. เลี่ยงการโดนความร้อนแบบการทำ Ulthera ด้วยเช่นกัน
  4. เลี่ยงการนอนแนวราบประมาณ 4-5 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อกันการไหลของ Botox
  5. งดการนวดกดจุด หรือ การทำเลเซอร์ ประมาณ 1 สัปดาห์
  6. งดออกกำลังกายหนัก ๆ อย่าง คาร์ดิโอ การซาวน่า เพราะความร้อนทำให้ตัวยาสลายและหมดสภาพเร็วขึ้น
  7. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข้อดี VS ข้อเสียการทำ Ulthera

•ได้ใบหน้าที่ยกกระชับ ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากที่ลึกให้ดูตื้นขึ้น และกรอบหน้าดูชัดเข้ารูปมากขึ้นจากการที่ผิวชั้น SMAS หดตัว
•ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง กล้าเผยผิวดูอ่อนเยาว์ที่เกิดจากการส่งผ่านพลังงานไปยังระดับชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่
•ช่วยลดเหนียงใต้คาง ให้กรอบหน้าดูเด่นชัดและปรับรูปหน้าเรียววีเชฟมากขึ้น
•ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย ไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
•ไม่ทำลายชั้นผิวหนัง เพราะเป็นพลังอัลตร้าซาวด์ที่ไม่รุกรานผิวให้เสียหาย
•ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย
•ถ้าทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุก 1-2 ปี ก็จะได้ผิวที่อ่อนเยาว์สวนทางกับอายุเพิ่มมากขึ้น
• Ulthera ทำเพียงแค่ 1 ครั้ง/ปี เมื่อเปรียบเทียบกับการฉีด Botox ที่ต้องทำประมาณ 2-3 ครั้ง/ปี
•ราคาค่อนข้างแพง
•ก่อนทำการรักษาต้องทายาชา อาจเกิดรอยแดงขึ้นได้ในบางคนแต่รอยดังกล่าวจะลดเลือนลงภายใน 1 ชั่วโมง
•ในขณะที่ทำแล้วใบหน้าได้รับพลังงานคลื่นเพื่อรักษาผิวนั้นจะรู้สึกเหมือนมีของแหลมเล็ก ๆ ทิ่มหรือรู้สึกอุ่น ๆ ที่บริเวณผิวหนัง
•บางคนอาจมีอาการบวมแดงซึ่งก็จะบรรเทาลงภายใน 1 สัปดาห์
•หากแพทย์ผู้ทำขาดทักษะประสบการณ์ ไม่มีความชำนาญมากพอ ก็อาจทำให้ใบหน้าเบี้ยวผิดรูปได้เนื่องจากบริเวณใบหน้ามีเส้นประสาทอยู่เยอะพอสมควร
•การทำ Ulthera จะให้ผลลัพธ์อยู่ได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นก็คืนสภาพ แต่สามารถรักษาเพิ่มเติมได้

ข้อดี VS ข้อเสียการฉีด Botox

•เห็นผลเร็ว
•ราคาไม่แพง มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก
•ไม่ต้องพักฟื้นนาน ก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
•มีความปลอดภัย เพราะมีการใช้ในงานวิจัยมากมาย เกี่ยวกับความสวยงาม หรือจะรักษาโรคแล้วเกิดผลข้างเคียงน้อย •ให้ผลไม่ถาวร อยู่ได้ระยะหนึ่งประมาณ 3-6 เดือนน้อยกว่าการทำ Ulthera
•บางคนอาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่น หางตาตก มีอาการปวดหัว หรือปวดในบริเวณที่ฉีด แต่ไม่นานก็จะบรรเทาลง
•บางคนอาจเคี้ยวอาหารได้ยากขึ้น เพราะในช่วงแรกกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะมีความหนืด ขยับขากรรไกรได้ลำบาก
•หากฉีดมากเกินไป ใบหน้าจะดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ

ถ้าทำ Ulthera แล้วสามารถฉีด Botox ได้มั้ย

หากทำ Ulthera แล้วก็สามารถฉีด Botox ต่อได้เลย เช่น กรณีคนมีปัญหากรามใหญ่อาจทำการฟื้นฟูยกกระชับผิวหน้าก่อน แล้วฉีด Botox เพิ่มเติมเพื่อลดกรามให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงและเล็กลง ซึ่งปริมาณยูนิตที่ฉีดก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของแต่ละคนด้วย

จากข้อมูลความแตกต่างระหว่างการทำ Ulthera และการฉีด Botox ที่เรานำมาฝากกันหวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับสาว ๆ ที่กำลังมองหาตัวช่วยในการกระชับผิวได้นะ แต่สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ ก่อนตัดสินใจทำต้องพิจารณาคลินิกให้ดีก่อน เพื่อความปลอดภัยกับตัวเรานั่นเอง