ข้อเสียที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำร้อยไหมก้างปลา

ในปัจจุบันการร้อยไหมกำลังได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ เป็นอย่างมาก เพราะว่าการร้อยไหมนั้น มีความสะดวก รวดเร็ว ต่างจากการผ่าตัดศัลยกรรม จึงทำให้ใครหลาย ๆ คนหันมาสนใจกันมากขึ้น วันนี้เราก็มีข้อมูลดี ๆ ของการร้อยไหมมาฝากก่อนที่จะตัดสินใจทำ แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าการร้อยไหมนั้นคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร และสิ่งที่จำเป็นต้องรู้ในบทความนี้เลยก็คือข้อดี-ข้อเสียมีอะไรบ้างเรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

การร้อยไหม

เป็นนวัตกรรมหัตถการทางการแพทย์ที่มีความทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยใช้ไหมประเภทที่ละลายได้มาสอดเข้าบริเวณชั้นผิวหนัง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าให้กลับมายกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย และเผยผิวที่แลดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งช่วยในการปรับกรอบหน้าให้เรียว ดูมีมิติมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด การร้อยไหมนั้นสามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ปัจจุบันการร้อยไหมที่หน้าจะได้รับความนิยมมากว่า ได้แก่ หน้าผาก หางตา หางคิ้ว จมูก ร่องแก้ม ริมฝีปาก และขากรรไกรเป็นต้น ซึ่งไหมที่ใช้ในการร้อยนั้นมีอยู่หลายประเภทและหลายลักษณะ ดังนี้

ประเภทของเส้นไหม

สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

  1. ไหม PDO (Polydioxanone) คือเส้นไหมที่มีต้นกำเนิดและนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ ถูกใช้ในวงการศัลยกรรมการเย็บหรือเกี่ยวพันเนื้อเยื่อ จะละลายได้เองภายใน 6-8 เดือน มีความปลอดภัยเพราะจะไม่ทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกาย โอกาสในแพ้น้อยกว่าเส้นไหมประเภทอื่น ๆ คงประสิทธิภาพอยู่ได้นานถึง 2 ปี อีกทั้งไหมประเภทนี้มีราคาไม่แพง เห็นผลทันทีหลังทำและจะเห็นผลได้ชัดมากขึ้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ หลังจากร้อยไหมชนิดนี้แล้วจะใช้เวลาพักฟื้นไม่นานสามารถเดินทางกลับบ้าน และทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติเลย ถึงแม้จะได้รอยแผลเล็ก ๆ จากการสอด และมีอาการปวดบวม แดงช้ำ แต่ก็จะลดเลือนลงภายใน 1 สัปดาห์ ทำให้ไหมประเภทนี้ได้รับความนิยม และถูกเลือกใช้ในการร้อยไหมมากที่สุด
  2. ไหม PGA (Poly Glycolic Acid) คือเส้นไหมที่สามารถละลายได้อีกประเภทหนึ่ง ใช้เวลาในการละลายยาวนานกว่าเส้นไหม PDO ประมาณ 8-10 เดือน และยังเป็นที่นิยมใช้ในไหมกรวย ซึ่งมีเทคนิคการร้อยใกล้เคียงกับไหมเงี่ยง โดยจะร้อยในชั้นไขมันและผิวหนังชั้นลึก มีตัวโคนที่ช่วยพยุงผิวและชั้นไขมัน ทำให้ผิวหน้าดูยกกระชับเข้ารูปเพิ่มขึ้น
  3. ไหมFeather-Lift หรือ Aptos threads คือเส้นไหมที่ไม่สามารถละลายได้ มีลักษณะเป็นก้างปลา ปัจจุบันไม่นิยมนำมาใช้ในการร้อยไหมแล้ว เพราะมีผลข้างเคียงกับคนไข้หลังจากร้อยไหม และเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ ตัวก้างปลาจะหัก ส่งผลให้ผิวหน้าที่เคยยกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย กลับคืนสภาพเดิมจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไหมประเภทนี้ไม่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
  4. ไหมทองคำ หรือ Gold Thread คือเส้นไหมที่ทำมาจากทองคำบริสุทธิ์ 99% มีขนาดเล็กเท่าเส้นผม โดยการร้อยไหมประเภทนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และพังผืดใต้บริเวณชั้นผิวได้ แต่การร้อยไหมประเภทนี้มีข้อจำกัดคือ มีราคาสูง และหลังจากร้อยไหมทองคำแล้ว สิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือ การทำเลเซอร์ เนื่องจากความร้อนจากเลเซอร์ จะส่งผลให้ไหมทองคำที่เราร้อยไปขาดได้ ทำให้ใบหน้าของเราผิดรูปทรง แล้เกิดพังผืด

ลักษณะของเส้นไหม

สามารถแบ่งออกได้ 3 ชนิดดังนี้

  1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads) มีลักษณะเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือเกลียว นิยมใช้ร้อยบริเวณหน้าผาก ใต้ตา และคอ เพื่อให้ได้ผิวหนังมีความเต่งตึงเพิ่มขึ้น แต่อาจไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของการยกกระชับในชั้นผิวหนัง
  2. เส้นไหมเกลียว (Screw threads) มีลักษณะเหมือนเกลียวที่พันเข้าหากัน อาจเป็นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นก็ได้ จะช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบเป็นแอ่ง มีความแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน
  3. เส้นไหมเงี่ยง (Cog threads) มีลักษณะเป็นเงี่ยงตามแนวเส้นไหม โดยเงี่ยงจะช่วยยกเนื้อเยื่อ หรือ ผิวหนังที่หย่อนคล้อย ให้เกิดการยึดเกาะภายในชั้นผิวหนัง รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ บริเวณรอบเส้นไหมและเงี่ยง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับปรับกรอบหน้าให้เรียวเข้ารูปชัดมากยิ่งขึ้น

การร้อยไหมก้างปลา (Barb)

หากจะพูดถึงการร้อยไหมที่นิยมมาก ๆ ในปัจจุบันก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การร้อยไหมก้างปลา นั้นกำลังมาแรงอยู่ไม่น้อย โดยการร้อยไหมก้างปลา จะเป็นการใช้เส้นไหมที่มีลักษณะเป็นเงี่ยงโผล่ออกมาจากเส้นไหม รูปร่างคล้ายก้างปลาทั้งสองข้าง ในวงการแพทย์มีชื่อเรียกว่า Bidirectional Barbed Thread ไม่ได้เรียกแบบตรงตัวว่า fishbone (ก้างปลา) แต่บางคนก็จะเรียกสั้น ๆ ตามความถนัดว่า ไหมเงี่ยง ไหมก้างปลา ไหมกุหลาบ และไหมปากฉลามเป็นต้น การร้อยประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ต้องการใช้เพื่อช่วยดึงใบหน้าให้กลับมายกกระชับ กรอบหน้าเรียวเข้ารูปมากขึ้น ทำให้ไหมก้างปลาจะตอบโจทย์ตรงส่วนนี้ได้ดี และไหมก้างปลาเป็นไหมประเภท PDO หรือ Polydioxanone ที่มีคุณสมบัติที่ดีหลาย ๆ ประการตามข้อมูลข้างต้น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายคนถึงตัดสินใจร้อยไหมก้างปลากันเป็นจำนวนมาก

ระยะเวลาที่ใช้ร้อยไหม

การร้อยไหมก้างปลานั้นส่วนมากจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 30-40 นาที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับทักษะความชำนาญของแพทย์ที่ทำการร้อยไหมให้กับเราด้วย รวมไปถึงจำนวนเส้นไหม และชนิดของไหมที่ร้อยด้วยเช่นกัน

ข้อดีการร้อยไหม

  • ใช้เวลาทำน้อย และพักฟื้นไม่นาน
  • มีความปลอดภัย เพราะไม่มีการทิ้งสิ่งแปลกปลอมไว้ในร่างกายหลังจากไหมละลาย
  • แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ให้กลับมายกกระชับ และปรับรูปหน้าให้เรียวเข้ารูปเพิ่มมากขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวในร่างกาย
  • เห็นทันทีหลังทำ

รู้จักข้อดีจากการร้อยไหมไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำอีกอย่างเลยก็คือ ต้องคำนึงถึงข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นหลังจากร้อยไหมไปแล้ว ซึ่งข้อเสียมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า

ข้อเสียการร้อยไหม

  • มีรอยแผลเป็นเล็ก แต่ไม่นานก็จะลดเลือนลงภายใน 1 สัปดาห์
  • มีอาการปวดบวม แดงช้ำ แต่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นหลังร้อยไหม เพราะอาการบวมเหล่านี้จะบรรเทาลงได้ภายใน 1 สัปดาห์ บางคนอาจใช้วิธีการประคบเย็นเข้าช่วย หรือทานยาลดการอักเสบตามแพทย์สั่งก็ช่วยได้เช่นกัน
  • การร้อยไหมเป็นการช่วยให้ผิวหน้ายกกระชับ ได้เพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
  • กรณีแพทย์ที่ทำการร้อยไหมขาดทักษะและประสบการณ์ เกิดทำไหมหลุด แตกหัก ในระหว่างขั้นตอนการสอดไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง หรือ ขณะดึงรัดเส้นไหม ก็จะส่งผลให้เกิดผลเสียกับใบหน้าเราได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ จะต้องตรวจสอบคลินิกนั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันผลเสียกับตัวเรา
  • กรณีที่เส้นไหมไม่ได้คุณภาพ อาจเกิดเกิดหนองขึ้นตามรอยไหมได้
  • กรณีที่อุปกรณ์อย่างเข็มไม่สะอาด อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เช่นกัน
  • บางกรณีอาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เนื้อเยื่อเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง อาการปวดบวมไม่ลดลงสักที ไม่ควรรอดูอาการ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  • บางคนมีภาวะแทรกซ้อนอาจส่งผลต่อประสาทรับรู้ผิดปกติ เป็นอัมพาตที่ใบหน้า หรือ ใบหน้าผิดรูปได้

การร้อยนั้นนอกจากจะมีข้อดีต่อใบหน้าของเราแล้วไม่ว่าจะเป็นช่วยยกกระชับ ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ให้ผิวกลับมาแลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงตามมาด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยเราควรตรวจสอบคลินิกที่เราจะใช้บริการให้ดีเสียก่อน เนื่องจากในปัจจุบันมีคลินิกเถื่อนเยอะแยะมากมาย อ่านมาตรงนี้คงช่วยทำให้สาว ๆ หลายคนตัดสินใจได้มากขึ้น และหวังว่าข้อมูลการร้อยไหมก้างปลาที่นำมาฝากจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะ